หน้าแรก ภูมิภาค ‘สี่มุม...

‘สี่มุมเมือง’อัพเกรด’ตลาดผักพื้นบ้าน’ แหล่งอาหารท้องถิ่นใหญ่สุดในประเทศ

29.08.25 | 14:35 น.

‘สี่มุมเมือง’อัพเกรด’ตลาดผักพื้นบ้าน’ แหล่งอาหารท้องถิ่นใหญ่สุดในประเทศ


ตลาดสี่มุมเมือง ถือเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าของสดแหล่งใหญ่ระดับประเทศ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แต่ละวันมีเกษตรกรผู้ประกอบการจากทั่วทุกภูมิภาค ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ผัก ผลไม้ นานาชนิดมาวางจำหน่าย ซึ่งผู้บริหารตลาดจะจัดโซนจำหน่ายอย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดแห่งนี้ยังมีประชาชน ผู้ค้ารายย่อยเดินทางจับจ่ายซื้อหาไปบริโภค หรือนำไปจำหน่าย

ล่าสุด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ร่วมมือกับหน่วยงานราชการและเอกชน ทั้งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์ผักโลก ผลักดัน “ตลาดผักพื้นบ้าน/ผักคัดบรรจุ สี่มุมเมือง” เพื่อแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบอาหารท้องถิ่นทั้งส่ง-ปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 4,900 ตารางเมตร มีแผงค้ากว่า 250 แผง รองรับปริมาณวัตถุดิบอาหารท้องถิ่นกว่า 70 ตันต่อวัน เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 4 ล้านบาทต่อวัน หรือกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจไทย ภายใต้แนวคิด “ผลักดันทุนวัฒนธรรมสู่ทุนเศรษฐกิจ” และต่อยอดเป็น “โครงการวัตถุดิบท้องถิ่นกินดีวิถีไทย” ที่มุ่งยกระดับคุณค่าผักพื้นบ้านสู่การสร้างเศรษฐกิจชุมชนและเวทีโลก ขายส่ง-ปลีก วัตถุดิบอาหารท้องถิ่นใหญ่ที่สุดในประเทศ เปิด 24 ชั่วโมง ด้วยกลยุทธ์เศรษฐกิจวัฒนธรรม ภายใต้ “โครงการวัตถุดิบท้องถิ่นกินดีวิถีไทย” ที่มุ่งยกระดับทุนวัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โครงการความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความเป็นตลาดกลางที่เชื่อมโยงวัตถุดิบสดใหม่จากทุกภูมิภาค เหนือ อีสาน ใต้ ตะวันออก และตะวันตก ส่งตรงถึงผู้บริโภคเมืองตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมวัตถุดิบ ผักพื้นบ้าน วัตถุดิบอาหารป่า และพืชผักสมุนไพรที่หาซื้อไม่ได้จากตลาดทั่วไป ทำให้ตลาดสี่มุมเมืองเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้รวบรวม และผู้ขาย กับกลุ่มผู้ซื้อทั้ง HORECA (โรงแรม ร้านอาหาร ร้านข้าวแกง), ตลาดสด และผู้ค้าปลีก ตอบโจทย์ทั้งการค้าระหว่างภาคธุรกิจด้วย (Business-to-Business หรือ B2B) และการค้าระหว่างผู้ขายกับผู้บริโภคทั่วไป (Business to Consumer หรือ B2C) โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการวัตถุดิบเฉพาะถิ่นมีคุณภาพ

Advertisement

สำหรับโซนตลาดวัตถุดิบอาหารท้องถิ่น จะมีวัตถุดิบท้องถิ่นวางนับร้อย 100 มีทั้งไข่มดแดง แม่เป้ง ลูกอ๊อด หรือฮวก อึ่งไข่ หอยนา ปลาน้ำโขง ตลอดจนพืชภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่าง น้ำใบย่านาง ผักเสี้ยนดอง สะตอสด-ดอง ลูกเหรียงสด-ดอง อ้อดิบ หรือคูน เขียดตากแห้ง หัวกลอย กล้วยตานี ลิ้นฟ้า และอีกหลายๆ ชนิดที่ครบครัน

“ปณาลี ภัทรประสิทธิ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า “สินค้าจากตลาดผักพื้นบ้าน/ผักคัดบรรจุนี้ เป็นมากกว่าวัตถุดิบอาหารท้องถิ่น แต่คือ ‘สินค้าวัฒนธรรม’ ที่ทั้งกินได้และมีอัตลักษณ์ ตลาดสี่มุมเมืองมุ่งมั่นยกระดับทุนวัฒนธรรมนี้ให้เป็นทุนเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างระบบตลาดที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ค้า และผู้ซื้อ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้อาหารไทยในเวทีโลก ภายใต้โครงการวัตถุดิบท้องถิ่นกินดีวิถีไทย”

“เราต้องการผลักดันให้วัตถุดิบพื้นบ้านเหล่านี้ให้มีพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ทางวัฒนธรรม โดยตลาดสี่มุมเมืองพร้อมทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางวัตถุดิบที่รวบรวมความหลากหลายจากทุกภูมิภาค ให้เชฟร้านอาหาร และผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในคุณภาพ”

ด้าน “ประภาส ภิญโญชีพ” ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พืชผักพื้นบ้านไทยมีศักยภาพสูงในการก้าวสู่ตลาดโลก จุดแข็งอยู่ที่คุณค่าทางโภชนาการและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การบริโภคเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์เชิงภูมิศาสตร์ (GI) ที่ตลาดต่างประเทศให้ความสำคัญ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยินดีที่ร่วมมือกับตลาดสี่มุมเมือง ในการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปรู้จัก ตลาดผักพื้นบ้าน/ผักคัดบรรจุ เป็นแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบอาหารท้องถิ่นจากเกษตรกร ภายใต้ “โครงการวัตถุดิบท้องถิ่นกินดีวิถีไทย” เพื่อผลักดันให้วัตถุดิบอาหารท้องถิ่นก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างมั่นคง

“การสร้างแบรนด์ภูมิภาคให้วัตถุดิบท้องถิ่นจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานการผลิต การรับรองคุณภาพ ไปจนถึงการตลาดเชิงรุก พร้อมทั้งเสริมเรื่องเล่าด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก เราพร้อมใช้เครือข่ายสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร 11 แห่งทั่วโลก เข้าร่วมงานแสดงสินค้า สร้างพันธมิตรการค้า และผลักดันความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง

“อาหารไทยถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถผสานกับการตลาดเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างทรงพลัง โดยเล่าเรื่องผ่านมิติสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความเป็นธรรมในห่วงโซ่การผลิต ซึ่งผู้บริโภคต่างประเทศให้ความสำคัญ ในระยะยาว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการตลาดของวัตถุดิบท้องถิ่น ควบคู่กับการส่งเสริมการบริโภคที่มีคุณประโยชน์และราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้วัตถุดิบท้องถิ่นไทยสร้างทั้งรายได้และเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มั่นคงแก่ชุมชน”

ขณะที่ “อิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์” ผู้อำนวยการกองกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า วัตถุดิบอาหารท้องถิ่นไทยไม่ใช่เพียงรสชาติ แต่คือตัวตนของชุมชน ‘มรดกที่มีชีวิต’ ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และรากเหง้าของชุมชน ผ่านรสชาติ กลิ่น และความเชื่อที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน อาหารจึงสะท้อนทั้งภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต และพิธีกรรมที่หล่อหลอมความเป็นไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงผลักดันให้วัตถุดิบพื้นถิ่นได้รับการยกระดับเป็น ‘ทูตวัฒนธรรมอาหาร’ เพื่อสร้างคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ควบคู่กับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและระบบอาหารที่ยั่งยืน

“เรามีโครงการ ‘1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น’ และ ‘รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste’ ที่ต่อยอดให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงและสร้างสรรค์การใช้วัตถุดิบพื้นบ้าน ผ่านการเล่าเรื่อง และสื่อดิจิทัล เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าอาหารท้องถิ่นไม่ใช่ของเก่า แต่เป็นสมบัติที่มีชีวิตซึ่งสร้างคุณค่าใหม่ได้เสมอ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เกิดเป็นประสบการณ์ที่มีรสชาติและความหมาย สร้างรายได้หมุนเวียนแก่ชุมชน และเสริมพลัง Soft Power ไทยในเวทีโลก โครงการ ‘วัตถุดิบท้องถิ่นกินดีวิถีไทย’ ถือเป็นการผนึกกำลังสำคัญช่วยยกระดับอาหารถิ่นสู่สากล และสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์อาหารไทยไปพร้อมๆกัน”

ผศ.ดร.ชัชมาศ กาญจนอุดมการ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ผักของประเทศไทย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า “ผักพื้นบ้านไทยเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างมหาศาล ทั้งในเชิงโภชนาการ เศรษฐกิจ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหาร ความโดดเด่นอยู่ที่รสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งไม่เพียงทำให้ครัวท้องถิ่นมีเอกลักษณ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแนวคิด Food as Medicine ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก การเพิ่มมูลค่าเริ่มต้นได้จากการให้ข้อมูลโภชนาการ สร้างความเข้าใจด้านสรรพคุณ และนำเสนอคุณค่าทางรสชาติที่แตกต่าง เพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภค ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางตลาดใหม่ๆ ศูนย์วิจัยเองก็กำลังเดินหน้าทำงานร่วมกับเชฟและผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาตำรับอาหารและมาตรฐานการปรุง ควบคู่กับการจัดทำโปรไฟล์สารสำคัญเพื่อยกระดับผักพื้นบ้านสู่ตลาดอย่างยั่งยืน

“เดลฟีน ลาร์รูส” ผู้อำนวยการฝ่ายการมีส่วนร่วมระดับโลก และผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ (ESEA) ศูนย์ผักโลก กล่าวว่า ผักพื้นบ้านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีคุณค่ามหาศาล ทั้งในเชิงโภชนาการ ความมั่นคงทางอาหาร และศักยภาพเชิงเศรษฐกิจ จากงานวิจัยพบว่าผักพื้นเมืองจำนวนมากอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารไฟโตเคมิคอลที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง อีกทั้งแก้ปัญหาการขาดสารอาหารที่เป็นปัญหาหลักในประเทศกำลังพัฒนา อย่างมะรุม ผักโขม และมะระขี้นก ไม่เพียงมีคุณค่าทางสุขภาพสูงกว่าผักเชิงการค้าทั่วไป แต่ยังเป็นวัตถุดิบที่เข้าถึงง่ายในท้องถิ่น ช่วยเสริมความมั่นคงทางอาหารให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และยังสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรรายย่อย

“ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างยิ่งในการพัฒนาผักพื้นบ้านให้ตอบโจทย์ตลาดโลก หากสามารถยกระดับด้วยงานวิจัย การสร้างแบรนด์ และการเล่าเรื่องราวเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารไทยได้ จะยิ่งสอดรับกับเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืนระดับสากล สิ่งสำคัญ คือ การสื่อสารให้เข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือ ผ่านการเล่าเรื่อง ประสบการณ์การกิน และสูตรอาหาร ไม่ใช่เพียงแค่การบอกสารอาหารในเชิงวิชาการ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกเห็นคุณค่าที่แท้จริงของผักพื้นบ้านไทยและเอเชีย” ผอ.ESEA กล่าว

ณ วันนี้ ตลาดสี่มุมเมืองในมุมมองใหม่ เป็นศูนย์จำหน่ายผักพื้นบ้านและผักคัดบรรจุแหล่งใหญ่ สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ค้าปลีก และผู้สนใจวัตถุดิบบ้านเกิดที่มีคุณภาพจากทั่วประเทศ และพร้อมเปิดให้เลือกซื้อได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งผ่านระบบออนไลน์ “ตลาดสี่มุมเมืองออนไลน์”
สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวผ่านเพจเฟซบุ๊ก taladsimummuang และสามารถสั่งซื้อผ่าน www.simummuangonline.com รวมทั้งตรวจสอบราคาสินค้าได้ที่ www.simummuangmarket.com