หน้าแรก ภูมิภาค ชาวนา สุดอัดอ...

ชาวนา สุดอัดอั้น ราคาข้าวตกต่ำ ขาดทุนหลักแสน ซ้ำต้องรอยืนยันตัวตนผ่านแอพพ์รับเงินช่วยไร่ละพัน

2.09.25 | 09:16 น.

ชาวนา สุดอัดอั้น ราคาข้าวตกต่ำ ขาดทุนหลักแสน ซ้ำต้องรอยืนยันตัวตนผ่านแอพพ์รับเงินช่วยไร่ละพัน ​วอนให้โอนผ่าน ธกส.เหมือนเดิม​

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่จังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยสอบถามกับเกษตรกรชาวนา ในเขตพื้นที่อำเภอหนองฉาง เกี่ยวกับการทำนาในปัจจุบัน หลังจากที่ขณะนี้เกษตรกรชาวนาส่วนใหญ่นั้นกำลังประสบปัญหาราคารับซื้อข้าวที่ตกต่ำแต่ต้นทุนการผลิตยังคงสูงอยู่ รวมไปถึงเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ที่ตามจริงแล้วจะต้องได้รับเงินก้อนนี้กันตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายชาวนายังรอเก้อ เนื่องจากต้องรอการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐก่อน จึงจะสามารถได้รับเงินช่วยเหลือก้อนนี้กันได้อีกครั้ง

นาย​บุญ​ส่ง ออนนิ่ม อายุ 59 ปี หนึ่งในชาวนา ในพื้นที่ ตำบลหนองยาง อำเภอ​หนองฉาง​ จังหวัด​อุทัยธานี​ เล่าด้วยความอัดอั้นตันใจ​ว่า ทุกวันนี้ชาวนาทำนากันแทบไม่เห็นเงิน เพราะตอนนี้ราคาต้นทุนการทำนานั้นสูงกว่าราคาข้าวที่ขายได้ ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ย ยา ที่ปัจจุบันราคา สูงขึ้น เรื่อยๆซ้ำยังต้องซื้อหลายชนิดหลายประเภท อย่างเช่นยาฆ่าหญ้าจากแต่ก่อนซื้อ 1 ขวดฉีดได้ครอบคลุมหญ้าทุกสายพันธุ์ แต่ตอนนี้ ต้องซื้อมากกว่า 2 ขวดขึ้นไปเพื่อมาผสมกันและฉีดถึงจะสามารถฆ่าหญ้าแต่ละสายพันธุ์ได้

ผลผลิตเวลาที่เก็บเกี่ยวได้นั้นก็ไม่ได้มากอย่างที่หวัง อย่างในพื้นที่ 1 ไร่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ถึง 1 ตัน ทุกวันนี้แทบไม่ได้จดรายการแล้วว่าทำนา 1 ครั้งลงทุนไปเท่าไหร่ เพราะเห็นแล้วจะยิ่งรู้สึกเครียดมากกว่าเก่า และมั่นใจว่าชาวนาเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกคน อย่างตนเองนั้นต้องเช่าที่นาทำนา เนื้อที่ 32 ไร่ ราคาค่าเช่านาอยู่ที่ 60,000 บาท รวมตรงที่จุดอื่นแล้วด้วยอีกก็ ทำนาในรอบนี้ราว 80 กว่าไร่ เฉลี่ยแล้วต้นทุนต่อไร่ตอนนี้อยู่ที่ 6,000 กว่าบาท แต่ราคาข้าวที่ไปขายกันมาได้แค่ตันละ 5,000 กว่าบาทเท่านั้น ต้องทำใจว่ายังไงปีนี้ต้องขาดทุนอย่างแน่นอน แต่ก็ยังต้องทนสู้ทำนาต่อไป หากถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวข้าวของตนเองแล้วราคาข้าวยังอยู่แค่นี้จะทำให้ฤดูกาลทำนารอบนี้ตนเองต้องขาดทุนมากกว่า 100,000 บาทเลย อีกด้วย

ส่วนเงินช่วยเหลือเยียวยาชาวนาไร่ละ 1,000 บาทนั้น ต้องยอมรับว่า สามารถช่วยเหลือได้เล็กน้อยแต่ก็ยังดีที่ได้รับการช่วยเหลือ แต่ใจจริงแล้วอยากให้ช่วยแก้ปัญหาราคารับซื้อข้าว ให้อยู่ที่ตันละ 8,000-10,000 บาท เพียงเท่านี้ชาวนาก็สามารถอยู่ได้แล้ว ช่วยปรับราคาปุ๋ยยาให้ลดลงมาเหมือนแต่ก่อน เพราะตอนนี้ราคาปุ๋ยอยู่ที่ลูกละ 1,000 กว่าบาทแล้ว หากฤดูกาลทำนารอบหน้ายังคงเป็นเช่นนี้ ตนเองคงถอดใจไม่เช่านาทำต่อเหมือนกัน เพราะหากยังฝืนเช่าทำนาต่อไปก็จะยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น

Advertisement

และตอนนี้ยังต้องมาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ผ่านแอปทางรัฐกันอีก ซึ่งมันยุ่งยากมาก อย่างตนเองนั้นก็เล่น app อะไรไม่เป็นเลย ซึ่งก็คงต้องหาคนอื่นที่มีความรู้มาช่วยลงทะเบียนให้อีก อยากให้กลับมาโอนเงินผ่านทาง ธกส.เหมือนเดิม ซึ่งง่ายกว่ามาก