หอการค้าใต้”เผย”เศรษฐกิจใต้ตกต่ำ ราคาพื้ชผลเกษตรตกต่ำ ส่งผลกระทบกำลังซื้อลดลง “วอน”รัฐบาลใหม่ออกมาตรกาลดภาระใช้จ่ายประจำวัน แก้หนี้สินครัวเรือน
เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายกรกฎ เตรานนท์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร) เปิดเผยว่า ภาคใต้เศรฐกิจตัวสำคัญต่างราคาตกต่ำ การท่องเที่ยวชะลอตัว การเกษตรผลไม้ ข้าว ปศุสัตว์ หนี้ครัวเรือนและหนี้ของแรงงาน ซึ่งต่างได้ส่งผลต่อกำลังซื้อที่มีผลทำให้เศรษฐกิจต้องอ่อนแอลง
“เศรษฐกิจการเกษตรฤดูผลไม้ ข้าว ราคาต่างตกต่ำเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50 % เช่น ข้าว ราคาประมาณ 10,000 บาท ต่อ ตัน เหลืออยู่ประมาณ 5,000 บาท ต่อ ตัน ผลต่อฤดูทำนาถัดไป ซึ่งก็ต้องชะลอจำนวนหนึ่งหากหยุด 1 ฤดู ก็ต้องว่างงานประมาณ 4 เดือน แรงงานกลุ่มการเกษตรต้องเกิดการว่างงาน แล้วจะสนับสนุนช่วยเหลือกันอย่างไร”
นายกรกฏ เปิดเผยว่า เรื่องภาษีกับสหรัฐที่จะมีการแลกเปลี่ยน เช่น การนำเข้าอาหารสัตว์ กากถั่ว ข้าวโพด ซึ่งราคาต่ำกว่าของไทย และในขณะที่เงินบาทแข็งค่าก็สามารถนำเข้าเก็บได้ปริมาณมาก แต่จะส่งผลต่อเกษตรกรไทย จึงจะทำอย่างไรให้เกษตรกรอยู่ได้
พืชการเกษตรของไทยที่ส่งออกไปจีน โครงการที่ภาคเอกชนเสนอไปยังรัฐบาลที่แล้ว จะแก้ไขดำเนินการอย่างไรและจะเดินต่ออย่างไร ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ จึงมีคำถามที่เสนอถึงรัฐบาลใหม่จัดตั้งแล้วเสร็จ ที่จะต้องมีภาระทันที
ด้าน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม จากการสัมภาษณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม เสนอแนะต่อรัฐบาล มีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า แก๊ส และควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็น ตลอดถึงลดการผูกขาดตลาดสินค้าเกษตรและพลังงาน ปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน พลังงานและภาษีอื่น ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อลดภาระรายจ่ายและควบคุมค่าครองชีพ
ออกนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นระบบ ปรับโครงสร้างหนี้จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย รวมถึงให้ความรู้ทางการเงินเพื่อป้องกันการเกิดหนี้ในอนาคต ให้ช่วยหาแนวทางเพื่อยกระดับรายได้สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยการปรับค่าแรงขั้นต่ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสร้างงานสาขาใหม่ เช่น ดิจิทัล เทคโนโลยีสีเขียว และพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันจัดให้มีการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อให้มีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
“ต้องการให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับภาคเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศ โดยการส่งเสริมสนับสนุนในการทำเกษตรสมัยใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตเพิ่มคุณภาพ ส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง ตลอดจนส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรแปรรูป เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มหาตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์”

