ผู้ว่าฯสุรินทร์ แจงจ่ายเยียวยาผู้อพยพเป็นรายครัวไม่ใช่รายหัว วอนอย่าสับสนตามโซเชียล ยันไม่มีทุจริตแน่ เพราะจ่ายผ่านพร้อมเพย์
จากกรณีที่โลกโซเชียลแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการเยียวยาขาดรายได้ของผู้อพยพ จากภัยการสู้รบในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีข้อกังวลอาจเกิดการคอรัปชั่นเกิดขึ้นได้นั้น ส่งผลให้มีการแชร์และเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กันยายน นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า เรื่องการเยียวยา ของจังหวัดสุรินทร์ ที่ผ่านมาดำเนินการไปหลายเรื่อง โดยใช้งบท้องถิ่นและใช้งบประมาณที่รัฐบาลให้มา 100 ล้าน เพื่อมาซ่อมบ้านและซ่อมสร้าง นอกนั้นก็เป็นช่วยเหลือเรื่องพื้นที่การเกษตรเสียหาย สัตว์ล้มตาย ซึ่งได้ช่วยไปแล้วเกือบจะ 100% ที่สำคัญที่เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือ เรื่องช่วยพี่น้องผู้อพยพที่ขาดรายได้ ทั้งที่ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง ไปอยู่บ้านญาติก็ได้ โดยเหมาจ่ายเป็นครัวเรือน (ไม่ใช่รายคน) คือครัวเรือนละ 2,000 บาท (ระยเวลาไม่เกิน 7 วัน) และหากมีการอพยพตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป จะได้ครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยอำเภอที่อยู่ในเกณฑ์ทุกตำบล 100% เลย คือกาบเชิง พนมดงรัก บัวเชด ซึ่งอยู่ในแผนที่เราจะอพยพตั้งแต่ทีแรกอยู่แล้ว

นายชำนาญกล่าวว่า ส่วนอำเภอที่อาจจะสำรวจยากนิดหน่อย คือ อำเภอสังขะและอำเภอปราสาท เนื่องจากว่ามีทั้งตำบลที่ต้องอพยพและไม่อพยพ แต่พอเกิดเหตุการณ์ ก็อพยพมากกว่าที่เราวางแผนไว้ด้วยเพราะลูกกระสุนปืนใหญ่ตกเข้ามาไกลกว่าที่คิด ดังนั้นในเบื้องต้นจะยึดถนนหมายเลข 24 ที่จะต้องอพยพ แต่ก็อาจจะมีบางจุดที่ข้ามถนนสาย 24 เข้ามาด้านในเล็กน้อย เช่น อำเภอสังขะ
นายชำนาญกล่าวว่า โดยภาพรวมของจังหวัดสุรินทร์ชาวบ้านอพยพมาตามศูนย์พักพิง 10 กว่าวัน ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม เป็นต้นมา จากนั้นนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาการนายกฯ ก็ได้มาส่งพี่น้องกลับไปวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-9 ส.ค. ก็เกิน 8 วันแล้ว ส่วนใหญ่อพยพเกิน 8 วัน แต่ในช่วงนั้นมีคนไปๆมาๆ ก็มีคนแวะไปดูสัตว์เลี้ยงแล้วกลับมาพักที่ศูนย์ การยื่นแบบให้ยื่นในส่วนปกครองส่วนท้องถิ่น พอยื่นเสร็จก็จะพิมพ์บัญชีรายชื่อออกมาเป็นรายครัวเรือน ซึ่งมีการจัดทำและตรวจตราอย่างรัดกุม ที่มีรายชื่อผีไม่มีตัวตนอยู่ในบ้าน ก็ขีดออกไปหรือบางคนมีบ้านอยู่ในสวนยาง ยังไม่ขอเลขที่แต่มีคนอยู่ เดือดร้อนอพยพออกมาจะต้องทำบัญชีเพิ่ม

“เบื้องต้นเรายึดข้อมมูลที่สำรวจ จังหวัดสุรินทร์ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 85,222 หลังคาเรือน ส่วนการที่บอกว่าจะทุจริตโน่นนี่มั่นใจจะไม่มีเกิดขึ้นแน่นอน เพราะระบบจ่ายจะจ่ายในระบบพร้อมเพย์ หัวหน้าครอบครัวเจ้าของบ้านจะต้องมีระบบพร้อมเพย์ด้วย”
นายชำนาญกล่าวว่า ฉะนั้นที่คุยกันในเฟซบุ๊ก ในไลน์ เป็นข้อวิตกกังวล เพราะฟังข่าวต่อๆกันมา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่จริงๆ ซึ่งการดำเนินการต้องมีกรรมการทั้งระดับอำเภอ มีกำนันและมีผู้ใหญ่ มาดำเนินการ แล้วส่งมาทางจังหวัดเพื่อไตร่ตรองก่อนจ่ายชดเชยเยียวยาต่อไป ที่สำคัญก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องได้เข้าใจและอย่าสับสน โดยการชดเชยหรือเยี่ยวยาการขาดรายได้ จะมีการจ่ายเป็นครัวเรือนเท่านั้น ไม่ใช่รายบุคล ขอทำความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ

