เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 20 เมษายน ร.ต.อ.บัญชา สุขแรง รองสารวัตรสอบสวน สภ. กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงรายให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบ จึงไปตรวจสอบเกิดเหตุพร้อมด้วยนายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี พ.ต.อ.สุชิน เกียรติกสิกร ผกก.สภ.กุยบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ( พฐ.) และมูลนิธิหลวงพ่อในกุฎิ
ที่เกิดเหตุพบบ้านทั้ง 2 หลังเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ห่างไป 4 เมตร มีถนนซอยกั้นกลาง บ้านซึ่งอยู่ติดกัน ริมถนนสายกุยบุรี – บ้านโพธิ์เรียง ในเขตเทศบาลกุยบุรี เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บ 4 ราย นอนกองกับพื้นร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯจึงนำตัวส่ง รพ.กุยบุรี บางรายมีอาการสาหัส ต้องนำตัวส่งต่อ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยบ้านหลังที่
1 พบ ดญ. นัทธ์พัสวี ศรีวิทิน อายุ 5 ขวบ ถูกยิงที่ศรีษะ 1 นัด ลำตัว 1 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และนายประยุทธ ทองไทย อายุ 19 ปี บาดเจ็บรักษาตัวที่ รพ.กุยบุรี
ส่วนผู้บาดเจ็บที่บ้านอีกหลังมีอาการสาหัสต้องพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วย ไอซียู รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ทราบชื่อคือ นายพยัพ หอมฟุ้ง อายุ 52 ปี ถูกยิงที่หัวเหน่า และผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวที่ รพ.กุยบุรี ทราบชื่อ นางทองย้อย ทองเพชร อายุ 76 ปี กระสุนถากที่แขนขวา ต่อมาเจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ซุปเปอร์ได้ที่บ้านหลังนี้จำนวน 18 ปลอก และบ้านหลังที่ 1 เก็บปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 5 ปลอก พร้อมทั้งหัวกระสุนปืนลูกซองได้จำนวนหนึ่ง
สอบสวนทราบว่าทั้งหมดเป็นเครือญาติใกล้ชิด แต่ที่ผ่านมามีความขัดแย้งเรื่องที่ดินบริเวณหัวโค้งถนนทางเข้าบ้านเนื้อที่เพียง 1 ส่วน 4 ตารางวา ทำให้มีเรื่องกระทบกระทั่งมาตลอด ก่อนเกิดเหตุได้ยินนางน้อย ไม่ทราบนามสกุลมีปากเสียงกับนางเพชร ซึ่งเป็นภรรยานายพยัพ จากปัญหาดังกล่าว หลังจากนางน้อย กล่าวหานางเพชรว่าแกล้งเอายาใส่ต้นมะขาม ซึ่งเป็นหลักเขตที่ดินในอดีตเพื่อให้ต้นมะขามตายเพื่อแย่งชิงที่ดินพิพาท จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว จากคนในบ้านทั้ง 2 หลังยิงใส่กันนานกว่า 10 นาที โดยไม่ทราบว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิงก่อน หลังเกิดเหตุพยานให้การว่านายอนุชา วงศ์แหวน อายุ 26 ปี บุตรชายนางน้อยได้ถืออาวุธปืนวิ่งหลบหนีไป ต่อมานางพัชญาภา หอมฟุ้ง อายุ 31 ปี ลูกจ้างชั่วคราว งานบริหาร รพ.กุยบุรี บุตรสาวนายพยัพได้เถืออาวุธปืนขนาด 9 มม.ซุปเปอร์ยี่ห้อโคลท์ รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยอ้างว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงเพียงตนเดียว และตรวจพบแมกกาซีนปืนขนาด 9 มม.ซุปเอร์ 1 อัน ในรถเก๋งฮอนด้า แ อคคอร์ดสีดำ ที่จอดอยู่ในบ้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซุปเปอร์ ยี่ห้อโคลท์ อีก 1 กระบอกที่ตัวนายนัฐพงศ์ หอมฟุ้ง อายุ 24 ปี บุตรชายนายพยัพ ส่วนอาวุธปืนลูกซองที่พบในบ้านพักเลขที่ 38 ของนายพยัพ อ้างว่าไม่ได้ใช้ยิงถล่ม แต่เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานหัวกระสุนได้ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดพร้อมพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีกับผู้ใช้อาวุธปืนทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมนำตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์และผู้ต้องสงสัยคือนายมนู รัศมี อาสารักษาดินแดน อ.บางสะพาน อดีตคนขับรถรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายหนึ่ง เป็นสามีนางพัญาภา ลูกเขยนายพยัพ มาตรวจหาเขม่าดินปืน พร้อมรวบรวมหลักฐานขอหมายศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อจับกุมนายอนุชาที่หลบหนีต่อไป

