ทวงเงินกู้นอกระบบสุดโหด ส่งลูกน้องบุกทำร้ายลูกชายลูกหนี้ถึงที่ทำงาน-เด็กหญิง 10 ขวบต้องย้ายโรงเรียนหนี

วันที่ 20 เมษายน 2560 ร.ต.อ.หญิง รัชนก บุญนำ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งจากนายวันชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี หนุ่มพนักงานของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีว่าได้ถูกกลุ่มเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบบุกทำร้ายร่างกายถึงภายในบริษัทที่ทำงาน อีกทั้งยังข่มขู่พร้อมกับให้นำเงินมาชำระคืนแทนมารดาที่ติดหนี้อยู่ภายในวันนี้

นายวันชัย (สงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา มารดาตนได้ไปกู้เงินนอกระบบมาเพื่อลงทุนค้าขายจำนวน 10,000 บาท โดยมีนายหนุ่ม (ไม่ทราบชื่อจริง-นามสกุลจริง) เป็นผู้ให้กู้และมีการผ่อนชำระคืนเป็นดอกเบี้ย (แบบดอกลอย) ซึ่งจะยังไม่มีการหักเงินต้น โดยมีการผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยมาตลอดแล้วกว่า 1 ปี ตกเดือนละ 11,400 บาท กระทั่งมารดาตนไม่สามารถแบกภาระในการผ่อนชำระดอกเบี้ยโหดจำนวนดังกล่าวไหว จึงจำเป็นต้องหลบหนีออกจากนอกพื้นที่ไป

จนล่าสุดวันนี้ทางนายหนุ่ม (เจ้าของเงินกู้) ได้ส่งนายเต๋า นายฟลุค นายชาย และวัยรุ่นชายอีกคนไม่ทราบชื่อ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นลูกน้อง ได้บุกมาทวงเงินกู้ที่หน้าบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ หลังจากพูดคุยไม่สำเร็จ นายชาย (ลูกน้อง) ได้พยายามตรงเข้ามาจะชกต่อยตนที่ด้านหน้าของบริษัท ซึ่งตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้เดินหลบหนีเข้ามาภายในบริษัท แต่นายชายที่เป็นลูกน้องของนายทุนเงินกู้รายนี้ก็ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ได้เดินตามหลังตนเข้ามาและได้ตรงปรี่เข้ามาชกต่อยตนเข้าที่บริเวณท้ายทอย 1 ครั้ง เพื่อต้องการที่จะสั่งสอน และบังคับจะพาตัวของตนออกไปจากบริษัทให้ได้

จนกระทั่งมีเสียงดังเอะอะโวยวายเกิดขึ้นและเริ่มมีพนักงานภายในของบริษัทออกมามุงดูกันหลายคน ทางนายชายเห็นท่าไม่ดีจึงดึงตนออกไปพูดคุยที่หน้าประตูอีกด้านหนึ่งของบริษัท และให้ต่อสายพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายหนุ่ม (นายทุนใหญ่) ทางนายหนุ่มบอกว่าวันนี้ต้องหาเงินมาคืนให้ได้จำนวน 5,000 บาท และที่เหลืออีก 6,200 บาท ต้องเอามาชำระคืนภายใน 3 วัน

นายวันชัยกล่าวต่ออีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เกรงว่าทางตนเองและครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางกลุ่มนายหนุ่มยังได้ส่งลูกน้องไปสอบถามหามารดาตนกับทางน้องสาววัยเพียง 10 ขวบที่โรงเรียนว่ามารดาหายไปไหน จนล่าสุดเป็นเหตุให้ทางน้องสาวตนกลัวจนต้องย้ายโรงเรียนหนีไปเรียนที่อื่นและไปอาศัยอยู่กับทางญาติพี่น้อง ตนจึงจำเป็นต้องเดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้เพื่อความปลอดภัยและใช้เป็นหลักฐานหากเกิดอะไรกับตนขึ้นมา เพราะรู้มาว่านายหนุ่มเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบและเป็นผู้มีอิทธิพลภายในซอยศิริชัย ที่คนในพื้นที่รู้จักกันดีและไม่มีใครอยากจะยุ่งด้วย ผมจึงอยากฝากให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบกลุ่มนายทุนรายนี้ด้วย เพราะจากการบุกรุกเข้าทวงหนี้โหดและทำร้ายร่างกายกันถึงภายในบริษัทได้โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง และทำให้ครอบครัวตนต้องย้ายหนีออกนอกพื้นที่ไปเพราะเกรงกลัวต่ออิทธิพลของนายทุนรายนี้มีใครหนุนหลังอยู่หรือไม่

ต่อมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายและจะต้องส่งตัวผู้เสียหายไปให้แพทย์ตรวจร่างกายก่อน อีกทั้งจะต้องเรียกและติดตามกลุ่มบุคคลที่ปรากฏในภาพของกล้องวงจรปิดที่จับภาพไว้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้แวตเก็บได้ต่ำกว่าเป้า1หมื่นล้าน
บทความถัดไปเอกชนโวยขึ้นค่าไฟ ธุรกิจกระอัก จี้รัฐทบทวน พาณิชย์สั่งจับตา สินค้าขยับ