หน้าแรก ภูมิภาค ชายสวมรอยเป็น...

ชายสวมรอยเป็นพระ ตระเวนชิงทรัพย์หลายจังหวัด ขู่อย่าทำข่าว หวั่นคนหมดศรัทธาพุทธศาสนา

5.09.25 | 19:00 น.

ชายสวมรอยเป็นพระ ตระเวนชิงทรัพย์หลายจังหวัด ขู่อย่าทำข่าว หวั่นคนหมดศรัทธาพุทธศาสนา

จากกรณี นายอาคม (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี คนขับแท็กซี่ ถูก 2 คนร้ายลวงเหมาแท็กซี่จากกรุงเทพ มาส่งอยุธยา ก่อนพาเข้าที่เปลี่ยว นำยาหม่องป้ายตาชิงเงินถีบคนขับลงข้างทาง ที่ริมถนนสายเอเชีย ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนชิงรถหนี แล้วนำรถยนต์แท็กซี่ไปจอดทิ้ง ในอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ตามที่นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ล่าสุดวันนี้ พ.ต.ท.ธรรศ รัฐปัตย์ รอง ผกก.สส.สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา, ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และ สน.หัวหมาก นำหมายจับ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยการปกปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำใบหน้าได้ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ไปจับกุมตัว นายวิวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ขณะหลบซ่อนตัวในโรงแรมย่านรามคำแหง กรุงเทพมหานคร

จากนั้นควบคุมตัวมาสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จากการสืบสวนขยายผล นายวิวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยได้เหมาแท็กซี่มาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มาส่งบ้านญาติที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่าแท็กซี่ และอยากได้เงินไปเล่นการพนันออนไลน์ จึงได้ลงมือก่อเหตุ ข่มขู่ทำร้ายคนขับแท็กซี่พร้อมกับเอาเงิน โดยใช้ยาหม่องป้ายตาให้แสบ ก่อนจะชิงเงินสด และขับรถแท็กซี่หลบหนีไปจอดทิ้ง

จากนั้นได้หลบหนีเข้ากรุงเทพ ถ้ามีเงินจะเหมาเช่าห้องพักโรงแรมอยู่ ระหว่างนั้นตนจะแต่งตัวเป็นพระสงฆ์ ออกนำซองผ้าป่าไปให้ชาวบ้านร่วมทำบุญ นำเงินที่ได้มาใช้จ่ายและเล่นการพนัน พอหมดเงินออกมาก่อเหตุซ้ำอีก

Advertisement

นอกจากนี้ยังพบว่า นายวิวัฒน์ ยังได้ก่อเหตุ ลวงคนขับแท็กซี่ใน จ.สุมรปราการ ให้ไปส่งที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม ก่อนหลอกอุบายบอกว่าเป็นโรคเบาหวานน้ำตาลตก เดินไม่ไหว ให้คนขับแท็กซี่ ลงจากรถไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลังมาให้ จังหวะนั้นได้ขับรถแท็กซี่ หลบหนีไปบ้านเกิดที่ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ และได้ก่อเหตุแต่งกายเป็นพระสงฆ์ ไปขโมยโน้ตบุ๊กจากร้านคอมพิวเตอร์ใน จ.นครสวรรค์ ก่อนนำไปขาย
จากนั้นเดินทางกลับเข้ากรุงเทพ ระหว่างทางน้ำมันรถหมด ได้นำรถแท็กซี่เข้าไปเติมน้ำมันจำนวน 1,000 บาทไม่ยอมจ่ายเงิน แล้วยังชิงเงินจากพนักงานของปั๊มน้ำมันมาอีก 2,000 บาท และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นรถยนต์แท็กซี่ ที่ก่อเหตุชิงมาจากพื้นที่ของ จ.สมุทรปราการ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามตรวจยึดมาได้ พบข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากถูกซุกในรถ พร้อมกับจีวรพระสงฆ์ ซองผ้าป่า และเอกสารเชิญชวนร่วมทำบุญต่าง ๆ ทั้งการทำบุญสร้างพระ ร่วมทำบุญบวชพระ พร้อมกับหมายเลขบัญชีธนาคาร ในการโอนเงินร่วมทำบุญด้วย

ด้านนายวิวัฒน์ ให้การรับสารภาพ ว่าตนเองติดการพนันออนไลน์อย่างมาก หมดเงินก็อออกแต่งกายพระออกไปเดินตามชุมชน ชาวบ้านศรัทธาเราก็ให้เงิน ส่วนการที่ใช่วิธีการอย่างไรให้ได้เงินมา ไม่ขอบอกเพราะกลัวว่า คนจะไม่ทำบุญกับพระกับวัด เกรงคนจะหมดศรัทธา และเป็นบาปของนักข่าวถ้าทำข่าวเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิวัฒน์จะเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆหากมีเงินที่ได้จากการแต่งกายพระสงฆ์ ออกเรี่ยไร จะพักตามโรงแรม เล่นการพนันออนไลน์พอหมดเงินจะออกก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยชิงทรัพย์ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวไม่ค่อยเจอ จนล่าสุด นายวิวัฒน์ กลับไปที่ยบ้านพัก จ.นครสวรรค์ ทางครอบครัวสงสัยว่าทำไมมีรถแท็กซี่ขับมาที่บ้าน ผิดสังเกตุจึงแจ้งหมายเลขทะเบียนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทราบว่าเป็นรถที่ชิงมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานกันหลายหน่วย พร้อมกทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆที่คนร้ายก่อเหตุ จนสามารถติดตามไปจับกุมตัวได้

ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายอีกหลายรายจากต่างจังหวัดเดินทางมาชี้ตัว ผู้ที่ก่อเหตุ พร้อมเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากผู้เสียหายในหลายจังหวัดต่อไป