ชาวอ.พิชัย แม่น้ำน่านและแม่น้ำยม ท่วมขังนานนับเดือน ประสบปัญหาน้ำเน่าเหม็น อ.ตรอน น้ำน่านทะลักท่วมศูนย์เรียนรู้สวนไผ่4เมตร
เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายสิรภพ พูลด้วง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า แม่น้ำยมที่ผันมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อให้มาลงแม่น้ำน่าน โดยผ่านคลองส่งน้ำและต้องไหลผ่าน ต.คอรุม ก่อนลงสู่แม่น้ำน่าน แต่ปีนี้ปริมาณการผันน้ำจากแม่น้ำยมมีมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงเกิดปัญหาน้ำล้นคันคลองไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่ 8 ต.คอรุม บ้านเรือนประชาชน ยังมีน้ำท่วมขังไม่สารมารถเข้าอยู่อาศัยได้ ต้องอพยพออกมาอยู่ที่สูง ซึ่งทาง อบต.คอรุม ก็ให้การดูแลอยู่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน นาข้าวที่กำลังตั้งท้องก็ถูกน้ำท่วมเสียหายแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ มากกว่า 3,000 ไร่ ได้แนะนำให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ไปแจ้งเจ้าหน้าที่เกษตร อ.พิชัย เพื่อให้นำเงินมาช่วยเหลือประชาชนแล้ว เพราะการดูแลของ อบต.นั้นไม่ครอบคลุมกรณีความเสียหายที่เกิดกับการเกษตร หน้าที่ที่ อบต.ต้องดูและคือ บ้านเรือน ระบบสาธารณูปโภค เพราะงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด
นายสิรภพ กล่าวว่า ปัญหาการท่วมขังของน้ำเป็นเวลานานนับเดือนนั้น ปัจจัยหลักไม่ใช่แค่เพียงน้ำที่ผันจากแม่น้ำยมมาลงแม่น้ำน่านเท่านั้น อีกปัจจัยหนึ่งและถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดคือ น้ำที่ถูกระบายมาจากแม่น้ำน่าน หรือ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ที่มากจนเกินไป จนทำให้ปริมาณน้ำล้นตลิ่ง และหนุนสูงขึ้นจนทำให้น้ำที่ผันมาจากน้ำยมนั้นไม่สามารถลงสู่แม่น้ำน่านได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้พื้นที่ ต.คอรุม มีน้ำที่มาจากแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านหนุนกันเอง เมื่อไหลไปไหนไม่ได้ก็ท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่นาข้าวของประชาชนนานนับเดือนแล้วก็ยังไม่สามารถเข้าสูปกติ แม้จะติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลายจุดก็ยังไม่บรรเทาความเดือดร้อนได้เลย
“ยอมรับว่าปีนี้ ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.คอรุมหนักหนาและยาวนานมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียง ต.คอรุมเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำน่านที่ล้นตลิ่ง แต่ทั้ง อ.พิชัย ที่แม่น้ำน่านไหลผ่านต่างก็ได้รับผลกระทบแทบทั้งนั้น ปัญหาอย่างหนึ่งที่แม่น้ำน่านหนุนสูงขึ้นนั้น น่าจะมาจากการที่เขื่อนพรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่กั้นแม่น้ำน่านอีกช่วงหนึ่ง เปิดประตูระบายน้ำน้อยเพราะไม่ต้องการให้พื้นที่ท้ายน้ำของเขื่อนพรหมพิรามถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและนาข้าวของประชาชน ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำในแม่น้ำน่านไม่คุยกันให้จบก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป แต่กลับปล่อยให้บริหารจัดการกันเอง เพียงเพราะว่าไม่อยากให้น้ำท่วมจุดหนึ่ง แต่น้ำกลับไปท่วมอีกจุดหนึ่ง ปัญหานี้ยังจะอยู่กับชาวบ้านที่อยู่ลุ่มน้ำน่านไปอีกนาน หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ” นายสิรภพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูที่สอนในโรงเรียนบ้านในเมือง เขตเทศบาลตำบลในเมือง อ.พิชัย และมีบ้านพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนต่างก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเหมือนกัน เพราะน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานนั้น เกิดการเน่าเหม็นอย่างรุนแรง ทำให้ระบบการหายใจติดขัดบ้าง โดยเฉพาะครูที่มีโรคประจำตัวที่เป็นภูมิแพ้ ปัญหาดังกล่าวทางโรงเรียนบ้านในเมืองก็ทราบดี แต่ขาดแคลนอุปกรณ์ในการสูบน้ำออก จึงอยากให้ทางเทศบาลตำบลในเมืองช่วยเข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วน ด้วยการใช้เครื่องสูบน้ำสูบน้ำออกจากจุดที่กำลังเน่าเหม็น
ด้าน นายพงษ์เทพ ชัยอ่อน อดีตนายกอบต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประธานศูนย์เรียนรู้สวนไผ่ซางหม่นลาวเวียง หมู่ 2 ต.หาดสองแคว กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวมีการริเริ่มปลูกไผ่ซางหม่นไปจนถึงการขยายพันธุ์และการแปรรูปออกจำหน่าย มีสถาบันการศึกษา กลุ่มเรียนรู้ทั้งใน และต่างจังหวัดต่างเดินทางมีศึกษาดูงานเป็นประจำ หรือเรียนง่ายๆว่า ศูนย์เรียนรู้สวนไผ่ซางหม่นลาวเวียง ต.หาดสองแคว เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในที่สุด น่าเสียดายศูนย์เรียนรู้สวนไผ่ซางหม่นลาวเวียง ที่ดำเนินการในพื้นที่ 6 ไร่ สามารถเปิดดำเนินการได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ศูนย์ฯต้องปิดตัวลงจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำน่านสูง ระดับขึ้นในช่วงฤดูฝนจนท่วมศูนย์ทุกปี แต่ปีนี้ถือว่าหนักมากกว่าทุกปีเพราะมีระดับที่สูงมากกว่า 4 เมตร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน 38 วันแล้ว และจะท่วมต่อจนกว่าทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนสิริกิติ์ จะลดการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ หรือจนกว่าจะหมดฤดูฝน แต่น้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้ทั้งสวนมะม่วง สวนไผ่ซางหม่น สวนกล้วย และผลไม้พืชอื่นๆ จมอยู่ใต้น้ำเสียหาย แต่เรื่องภัยธรรมชาติ เราไม่สามารถจะโทษใครได้ เพราะธรรมชาติไม่ได้แจ้งหรือเตือนเราให้ทราบล่วงหน้า และความเดือดร้อนหรือผลกระทบดังกล่าว ไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์ฯเท่านั้น แต่ประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนสิริกิติ์ หรือแม่น้ำน่านก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน กฟผ.เขื่อนสิริกิติ์ โดยนายจารุดิษฐ์ โถแพ วิศวกรระดับ 9 ส่วนกลางกองเดินเครื่องเขื่อนสิริกิติ์ และผู้ปฏิบัติงานแผนกความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดซ้อมแผนระงับอัคคีภัย และน้ำท่วม ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนคลองตรอน ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ โดยการจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยการฝึกใช้ถังดับเพลิงมือถือ เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ปฏิบัติงาน การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในหน่วยงาน รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต โดยการซ้อมแผนดังกล่าว จะดำเนินการฝึกซ้อมให้กับโรงไฟฟ้าท้ายเขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขื่อนสิริกิติ์ให้ครบทุกแห่งด้วย


