ชาวลาหู่รวมตัวขับไล่ นายอำเภอ ปลัดอาวุโสแม่จัน สั่งขุดศพบรรพบุรุษ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ว่าการอำเภอแม่จัน จ.เชียงราย ชาวบ้านบ้านเล่าชีก๋วย หมู่ 16 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย กว่า 300 คน นำโดย น.ส.นลินทิพย์ นายวุฒิพงษ์ นายกสมาคมลาหู่ในประเทศไทยและนายกสมาคมลาหู่นานาชาติ เดินทางมาขอเข้าพบ นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอแม่จัน และ นายพิชัย เขื่อนเพ็ชร์ ปลัดอาวุโส อำเภอแม่จัน เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีสั่งให้ขุดและย้ายหลุมฝังศพของ บรรพบุรุษในพื้นที่บ้านเล่าชีก๋วย ทำให้เกิดความกังวลกับชาวบ้าน อาจต้องถูกสั่งให้ย้ายที่ฝังศพของบรรพบุรุษ หากมีการร้องเรียนอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมนำป้ายขับไล่นายอำเภอและปลัดอาวุโสอำเภอแม่จันให้ออกนอกพื้นที่
สำหรับปัญหาข้อพิพาทเกิดจากการฝังศพ พ่อเฒ่าจะแก จิตเอื้ออังกูร ผู้อาวุโสชาวลาหู่ อายุ 83 ปี บนที่ดินสวนหมู่ 16 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ยืดเยื้อมานานเกือบปี แม้จะมีการไกล่เกลี่ยหลายครั้งจากฝ่ายปกครองและศูนย์ดำรงธรรม แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ จนต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองเชียงใหม่

โดยที่ดินพิพาทเป็นสวนเนื้อที่ 15 ไร่ อยู่ในเขตจัดสรร ส.ป.ก. และ ส.ท.ก. เดิมครอบครองโดยนายเล่าชีก๋วย ผู้ก่อตั้งบ้านเล่าชีก๋วย ต่อมาปี 2533 ได้โอนสิทธิการทำประโยชน์ให้นายเรวัต และ น.ส.เมทินี ครอบครัวผู้ครอบครองใช้ทำสวนผลไม้มาโดยตลอด
ต้นเดือนเมษายน 2567 พ่อเฒ่าจะแก ซึ่งเป็นผู้ดูแลสวนและมีความผูกพันกับพื้นที่ ได้สั่งเสียให้ฝังร่างไว้ภายในสวนหลังเสียชีวิต ครอบครัวจึงปรับพื้นที่และเชิญทั้งผู้นำจิตวิญญาณลาหู่และซินแสมาตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่กระทบต่อหมู่บ้าน พร้อมรวบรวมรายชื่อชาวบ้านเห็นชอบกว่า 100 รายชื่อ ก่อนจะฝังร่างเมื่อวันที่ 11 เมษายน
ด้านลูกสาวของนายเล่าชีก๋วยและเพื่อนบ้านใกล้เคียงคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ดังกล่าวถือเป็น “เขาหัว-หางมังกร” และ “หมอนหมู่บ้าน” ตามความเชื่อชาวเมี่ยน การฝังศพในจุดดังกล่าวจึงไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการร้องเรียนและนำไปสู่การเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง

ตลอดปี 2567 จนถึงต้นปี 2568 ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัดได้จัดเวทีไกล่เกลี่ยรวมแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง ฝ่ายครอบครัวผู้ตายยืนยันข้อเสนอปรับภูมิทัศน์และยินยอมให้ประกอบพิธีตามความเชื่อเมี่ยน ขณะที่ฝ่ายคัดค้านยืนกรานให้ขุดย้ายศพเพียงทางเดียว ส่งผลให้การเจรจาทุกครั้งล้มเหลว
ต่อมา ฝ่ายปกครองอำเภอแม่จันมีคำสั่งทางปกครองให้ขุดย้ายศพภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ครอบครัวผู้ตายไม่ยินยอม โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งด้วยวาจาและยังไม่มีเอกสารอนุญาตอย่างถูกต้อง อีกทั้งการฝังอยู่ในที่ดินทำกินไม่กระทบสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับวิถีปฏิบัติของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ฝังศพไว้ในพื้นที่ตนเอง
หลังจากที่มีการชุมนุม นายวุฒิชฑณ์ แก้วใส ปลัดอำเภอแม่จันได้เชิญแกนนำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายมาพบปะเพื่อหาทางออก โดยฝั่งผู้ชุมนุมกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พยายามเจรจาหาทางออกในการฝังศพให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ยินยอมสละที่ดินเพื่อทำให้เป็นสุสานสาธารณะ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ มีการยื่นหนังสือถึงนายอำเภอ แต่มีการตอบกลับมาว่ายังไม่ได้รับหนังสือ ทำให้เกิดรวมตัวและเข้ามาเรียกร้องความยุติธรรมในครั้งนี้

สำหรับประเพณีการฝังศพของชาติพันธุ์ จะทำการฝังศพบรรพบุรุษในพื้นที่ทำกินของตนเอง ที่ผ่านมาได้มีการอนุโลมให้สามารถทำได้ แต่ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการฟ้องร้องจนเกิดข้อพิพาท และมีคำสั่งให้ขุดย้ายหลุมศพ ทำให้ชาวบ้านต่างกังวลว่าในอนาคตหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น หรือไม่พอใจใครก็มาฟ้อง หรือกลั่นแกล้งให้ขุดลุมศพบรรพบุรุษก็สามารถทำได้ จึงต้องการให้มีทางออกอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม การพบปะพูดคุยครั้งนี้ นายญาณวุฒิ นายอำเภอแม่จัน และนายพิชัย ปลัดอาวุโส อำเภอแม่จัน ติดภารกิจ ไม่ได้เข้ามารับฟังข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด โดยในช่วงบ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมนัดจะเคลื่อนตัวไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและได้มีทางออกให้กับผู้ชุมนุม
ล่าสุดนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางเข้ามาพบปะกับชาวบ้าน โดย รับปากว่าจะสั่งการระงับการขุดหลุมศพ และจะมีการจัดตั้งสุสานสาธารณะให้กับหมู่บ้าน ทางผู้ชุมนุมจึงได้แยกย้ายไปโดยสงบ

