ทนายสุวรรณชาติ โต้ข่าวฉาว ปมคนในนามสกุลเอี่ยวคดีอาญา ชี้เป็นอดีตลูกบุญธรรม ศาลสั่งเลิกใช้นามสกุลแล้ว ทายาทสายตรงลุยยกระดับตลาดสุรนารีขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรภาคอีสาน
เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายพิชญ์ สนธิ ทนายความ เปิดเผยว่า ตลาดสุรนารีพร้อมสร้างโอกาสการค้าที่ทันสมัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้คนโคราช มีต้นทุนสินค้าที่ถูก และประหยัด เพื่อเป็นตลาดค้าปลีกแห่งภาคอีสาน ภายใต้การบริหารของตระกูลสุวรรณชาติ เจเนอเรชั่น ที่ 3 ในนาม บริษัท สุรนารี จำกัด ปัจจุบันเน้นการค้าส่งสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และพ่อค้าแม่ค้าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ ตระกูลสุวรรณชาติ เป็นตระกูลทำมาค้าขาย ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ และทำประโยชน์เพื่อสังคมมาโดยตลอด ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องคดีอาญาหรือทุจริตใดๆ แต่ปรากฏว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา ชื่อ “ตระกูลสุวรรณชาติ” ปรากฏอยู่ในคดีอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.จังหวัดนครราชสีมา สร้างความเสื่อมเสียให้วงศ์ตระกูลสุวรรณชาติเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องแถลงข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว มิใช่บุตรหลานหรือมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใดๆ ต่อตระกูลสุวรรณชาติ แม้ในอดีตจะเคยเป็นบุตรบุญธรรมของ นายปรีชา สุวรรณชาติ หนึ่งในทายาทของตระกูล แต่ศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ก็ได้มีคำพิพากษาให้ยกเลิกการรับรองบุตรบุญธรรมแล้ว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม และมีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลนั้นใช้นามสกุลสุวรรณชาติอีกต่อไป และทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นไปแล้ว ทั้งนี้หากผู้ใดใช้นามสกุลสุวรรณชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ทางตระกูลยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่ง และอาญาอย่างถึงที่สุด

นางสาวปณยา สุวรรณชาติ หนึ่งในทายาทตระกูลสุวรรณชาติ กล่าวถึงแผนการพัฒนาตลาดสุรนารี ว่า วันนี้ครอบครัวเราจะเดินหน้าพัฒนาตลาดสุรนารีให้เป็นจริง พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสบายใจได้ว่าภายใต้การบริหารของครอบครัวสุวรรณชาติ มุ่งเน้นความเป็นมืออาชีพ ทันสมัย ก้าวสู่การเป็นตลาดค้าส่งอันดับหนึ่งของภาคอีสาน
“ตลาดยังคงเป็นตลาด พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนชาวโคราช เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค คือ ของถูกที่สุดในโคราชอยู่ที่นี้ ถ้าพ่อค้า แม่ค้ามีต้นทุนที่ไม่สูงก็สามารถจําหน่ายสินค้าได้ในราคาที่ไม่สูง ไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคซื้อของแพง เป็นประเด็นสําคัญ พวกเรามาจากฐานราก เราเข้าใจถ้าผลักภาระพ่อค้าแม่ค้าแบกภาระในเรื่องค่าใช้จ่าย สิ่งที่มีผลกระทบต่อไปก็คือ ราคาขายที่จะกระทบต่อประชาชน”นางปณยา กล่าว


