โคราชอ่วม! ถนนพิมาย-ชุมพวง ถูกน้ำป่ากัดเซาะ หลุดเป็นแผ่น ชาวบ้านเดือนร้อนหนัก
เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 กันยายน 2568) ก็คือ อำเภอพิมาย โดยหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้มีมวลน้ำสะสมจำนวนมากในพื้นที่ ซ้ำยังมีมวลน้ำจากพื้นที่สูงในตำบลหลุ่งตะเคียน และตำบลหลุ่งประดู่ ในอำเภอห้วยแถลงไหลหลากลงมาสมทบอย่างรวดเร็วด้วย ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวอำเภอพิมายถึง 3 ตำบล เบื้องต้นมีบ้านเรือน 149 หลัง จำนวน 149 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ในตำบลรังกาใหญ่ จำนวน 9 หมู่บ้าน , ตำบลในเมือง จำนวน 4 หมู่บ้าน และ ตำบลนิคมสร้างตนเอง จำนวน 2 หมู่บ้าน ที่ถูกน้ำหลากเข้าท่วมอย่างฉับพลัน ทำให้ข้าวของทรัพย์สินได้รับความเสียหาย รถยนต์ถูกน้ำหลากซัดออกมาลอยอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอพิมาย ต้องช่วยลำเลียงอพยพชาวบ้านออกจากบ้านเรือนที่อยู่ในจ6ดเสี่ยง เพราะกระแสน้ำไหลหลากมาอย่างรุนแรงไม่หยุด

นอกจากนี้ มวลน้ำยังไหลหลากท่วมทางหลวงแผ่นดิน สายพิมาย – ชุมพวง บริเวณบ้านตะปัน ถึงหน้าโรงเรียนพิมายสามัคคี 1 เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร ซึ่งกระแสน้ำได้กัดเซาะผิวจราจรจนหลุดพังออกมาเป็นแผ่นๆ เสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ต้องปิดการจราจรไม่ให้รถสัญจรผ่าน เพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงมาก และยังเพิ่มปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่อง

นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย จึงได้บัญชาการเหตุการณ์ และลงพื้นที่พร้อมกับปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ อส. และเทศบาลตำบลรังกาใหญ่ เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน โดยประสานหมวดทางหลวงชุมพวง แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 อำนวยการจราจร ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเกาะกลางถนน และเร่งเปิดเกาะกลางถนนเพื่อเร่งระบายน้ำลงลำน้ำเค็ม ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาพิมาย ให้ดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่ และให้สายตำรวจ ตำบลรังกาใหญ่ กับอาสาสมัครตำรวจรังกาใหญ่ อำนวยความสะดวกให้กับผู้สัญจรบริเวณจุดน้ำท่วม รวมทั้งประสานมูลนิธิพุทธธรรม ฮุก 31 และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อปพร.เข้าตรวจสอบชาวบ้านที่อยู่ในบ้านพักอาศัยเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ในขณะที่ช่วงค่ำคืนวันที่ 8 กันยายน 2568 มีรายงานจากกู้ภัยฯ ว่า มีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ฝ่ากระแสน้ำหลาก ถูกน้ำซัดสูญหาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายสมชาย ขมโคกกรวด อายุ 35 ปี ทางเจ้าหน้าที่และกู้ภัยได้ช่วยกันค้นหา จนไปพบร่างผู้สูญหาย เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (9 กันยายน 2568) ที่บริเวณสามแยกข้างโรงเรียนพิมายสามัคคี 1 ริมถนนสายพิมาย-ชุมพวง ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย ในสภาพถูกน้ำซัดตกลงไปในท่อระบายน้ำข้างกำแพงโรงเรียนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลพิมาย

อัพเดตล่าสุด วันนี้ (9 กันยายน 2568) สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอพิมาย ระดับน้ำได้ลดจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนความเสียหายต่างๆ นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย ได้บูรณาการหน่วยงานต่างๆ เข้าช่วยเหลือ โดยถนนสายพิมาย-ชุมพวง ตำบลรังกาใหญ่ ที่ถูกน้ำเซาะผิวถนนพังเสียหายอย่างหนัก ได้ประสานเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลรังกาใหญ่ นำเครื่องจักรไปเก็บกู้ซากพื้นถนนลาดยาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ลงพื้นที่อำนวยความสะดวก เพื่อเคลียร์เส้นทางเปิดช่องทางการเดินรถ ส่วนแขวงทางหลวงนครราชสีมา จะดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรที่เสียหายโดยเร็ว

ในขณะที่นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายให้นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ดังนี้
1.ตรวจเยี่ยมกำลังใจผู้ประสบภัย ที่จุดอพยพ บริเวณศาลาประชาคม บ้านนิคมพัฒนา ม.11 ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย
2.จุดสระหนองกระโดน หมู่ 11 บ้านนิคมสามัคคี ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย ที่เป็นจุดรับน้ำจุดที่ 1 มอบหมายให้ ปภ.จังหวัด และ ปภ.เขต 5 นำรถขุดตักชนิดแขนยาวขุดลอก และทำคันกั้นน้ำ ซึ่งจะนำเครื่องจักรเข้าดำเนินการในวันที่ 11 กันยายน 2568
3.จุดสระหนองตะคอง หมู่ 6 บ้านหนองน้ำกิน ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย ซึ่งเป็นจุดรับน้ำที่ 2 มอบหมายองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เพื่อพร่องน้ำไว้เป็นแก้มลิง และมอบหมาย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ร่วมกับ เทศบาลตำบลรังกาใหญ่ ออกแบบจัดทำประตูระบายน้ำบริเวณฝายหนองตะคอง
4.ตรวจเยี่ยมจุดอพยพ บ้านหนองน้ำกิน หมู่ 13 ตำบลรังกาใหญ่
5.เยี่ยมผู้ป่วย ม.13
6.ตรวจจุดสระหนองโทน บ้านตะปัน หมู่ 5 ตำบลรังกาใหญ่
7.ประสานหน่วยทหาร ช.202 สนับสนุนกำลังพล ทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ร่วมกับอำเภอ และอปท.
8.ประสานผู้อำนวยการแขวงทางหลวงที่ 1 เร่งดำเนินการซ่อมแซมถนน สาย2226 พิมาย-ชุมพวง และวางแผนแก้ไขปัญหา ได้แก่ การดันท่อลอดขนาดใหญ่ และเปิดเกาะกลาง เพื่อเร่งการระบายน้ำ
นอกจากนี้ ให้ทางอำเภอลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมดูแลชาวบ้านที่ประสบภัย และประชาสัมพันธ์ข่าวสารเตือนภัยให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ทราบโดยเร็ว เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที


