หน้าแรก ภูมิภาค ตู้ทึบส่งสินค...

ตู้ทึบส่งสินค้า บึ้มเหลือแต่ซาก แรงระเบิดพังรถ 10 คัน บ้านพังหลายหลัง ตร.เปิดสาเหตุ

10.09.25 | 11:47 น.

รถปิกอัพขนส่งสินค้าเกิดระเบิด รถที่จอดใกล้พังกว่า 10 คัน บ้านเรือนเสียหาย 5 หลัง เพื่อนบ้าน เปิดใจสภาพบ้านเละ ไวน์สะสมร่วงกราว

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อรถบรรทุกสินค้าเกิดระเบิด ขึ้นที่บริเวณสี่แยกเขางู ถนนเพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี โดย พ.ต.ท.เจริญญา ปุริโส สารวัตรเวร สภ.เมืองราชบุรี พร้อมรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองราชบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีหลังได้รับแจ้งเหตุ


โดยที่เกิดเหตุพบรถยนต์ปิกอัพส่งสินค้า เกิดเพลิงลุกไหม้ ก่อนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงส่งผลให้มีรถของชาวบ้านที่จอดใกล้กับจุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายมากกว่า 10 คัน และยังมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลัง รถดับเพลิงได้ทำการฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้เป็น รถยนต์ปิกอัพยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียนชัยนาท ใช้เวลานานกว่า 10 นาที จึงสามารถดับไฟได้ทั้งหมด และพบว่าสภาพรถนั้นพังยับเยินเศษชิ้นส่วนของตัวรถกระจายไปทั่วบริเวณถนนรวมทั้งสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในรถทั้งสบู่ คันเบ็ด เบ็ดตกปลา เหยื่อปลอมและกระดาษกาวดักแมลงวันตกกระจายเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดการจราจรในบริเวณดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพบว่ามี รถปิกอัพ รถเก๋งและรถเอนกประสงค์ของชาวบ้านนั้นได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน กระจกหน้าต่างประตูของบ้านเรือนในบริเวณนั้นแตกกระจัดกระจายสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

Advertisement

ซึ่งเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ นายสรศักดิ์ ชาวเชียงราย อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถคันที่เกิดเหตุ และนายสยามรัฐ อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของบริษัทที่รับจ้างส่งสิ่งของ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯได้นำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เมืองราชบุรี อาการไม่สาหัส

จากการสอบถาม น.ส.เรณู ชาวบ้านตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทราบว่ารถยนต์ที่เกิดระเบิดคันดังกล่าวเป็นของร้านตนเอง ซึ่งจดเป็นรูปแบบบริษัทจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเปิดเป็น ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด และมีรถยนต์บรรทุกขนส่งสินค้าไปจำหน่ายตามร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะคันเบ็ดตกปลา

ซึ่งรถคันที่เกิดระเบิดนี้มีพลุที่เหลือจากการขายในช่วงเทศกาลลอยกระทง เทศกาลปีใหม่ ที่ผ่านมาแล้วเหลือจากการขาย ซึ่งไม่ได้นำลงออกมาจากรถ ประกอบกับ มีวัตถุไวไฟจำพวกสารแอลกอฮอล์จากเครื่องสำอาง เช่นลิปสติก ที่ปัดขนตา และ ยังมีไฟฉายส่องกบที่ติดศีรษะซึ่งบรรจุถ่านแบบชาร์จได้ หรือ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จไฟได้ สันนิษฐานว่าเป็นวัตถุที่ทำให้ติดไฟง่ายและเกิดระเบิด

ซึ่งก่อนเกิดเหตุระเบิด นายสรศักดิ์ พนักงานขับรถยนต์ขนส่งสินค้าคันดังกล่าว เดินทางกลับจากการไปส่งสินค้าซึ่งกำลังจะขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าร้าน จู่ๆ เกิดมีประกายไฟลุกไหม้ จึงรีบลงมาจากรถ จังหวะเดียวกันที่ นายสยามรัฐ ชาวราชบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของรถ และเป็นบุตรชายของตนเอง เข้าไปช่วยดับไฟที่รถ แต่เนื่องจากไฟได้ไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่จึงได้รีบถอยออกมาก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เจ้าหน้าที่ได้นำทั้งสองคนซึ่งได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลซึ่งพ้นขีดอันตรายแล้ว

ทางด้าน นางสุดาคาร อายุ 60 ปี เล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังว่า หลังเกิดเหตุตนได้เข้าไปดูในตัวบ้าน พบว่าฝ้าเพดานหล่นลงมาเกือบทั้งหมด โคมไฟและพัดลมติดผนังนั้นหล่นลงมาด้านล่างแตกเสียหาย โดยเฉพาะสุรายี่ห้อต่าง ๆ และไวน์ที่เก็บสะสมไว้ในตู้โชว์กว่า 30 ปีก็หล่นลงมาแตกเสียหาย ซึ่งนางสุดาคาร บอกอีกว่า ช่วงที่เกิดเหตุนั้นนอนอยู่หลังบ้านได้ยินเสียงคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ซึ่งเสียงดังมากตกใจรีบวิ่งออกมาดู ก็พบว่าสภาพบ้านนั้นพังเสียหายไปหมด และออกมาดูก็พบว่ารถที่เกิดเพลิงไหม้ก่อนจะเบิดนั้น เป็นรถที่รับจ้างขนส่งสินค้าของเบ็ดเตล็ดทุกอย่างของคนที่อยู่ข้างบ้าน ซึ่งมีหลายคันที่จอดเรียงอยู่หน้าบ้าน แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้รับข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจสอบในจุดเกิดเหตุทราบว่า รถคันที่เกิดเหตุนั้นเป็นรถยนต์ปิกอัพที่มีตู้ทึบ ด้านในรถมีพลุไฟระเบิดที่ใช้จุดในช่วงเทศกาลอยู่ ซึ่งเป็นของเก่าที่ยังค้างสต๊อกอยู่แต่คนขับรถไม่ได้นำออกมา ประกอบกับในรถนั้นมีสิ่งของที่จะต้องนำไปส่งให้กับร้านค้าต่าง ๆ เต็มตู้ทึบ ซึ่งอาจจะเกิดการเสียดสีกันจนทำให้เกิดประกายไฟและลุกลามไปจนทำให้ไปติดพลุที่อยู่ในลังจนทำให้เกิดระเบิดขึ้น

ซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้รถตู้ทึบที่จอดใกล้กันรวมทั้งรถของชาวบ้านได้รับความเสียหาย รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะต้องกันพื้นที่ดังกล่าวไว้ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมนายสุทธิพงษ์ พุทธจันทรา นายอำเภอเมืองราชบุรี ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากกรณีเหตุไฟไหม้รถยนต์ปิกอัพตูทึบ ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีรถยนต์หลายคันของชาวบ้าน รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย อาการไม่สาหัสโดยเหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกเขางู ถ.เพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี หน้าโกดังเก็บสินค้าของรถคันที่เกิดเหตุ เมื่อช่วงเวลา 23.10 น. กลางดึกของวันที่ 9 ก.ย.68 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า มีการเก็บกวาดเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่กระเด็นกระจัดกระจ่ายไปทั่วบริเวณ ออกมาจากตัวรถให้พ้นจากพื้นถนนเพื่อเปิดเส้นทางการจราจร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรี ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของการเกิดระเบิดในครั้งนี้

ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่ารถคันที่เกิดเหตุนั้นก่อนจะเกิดเหตุเพิ่งกลับมาจาก จ.สุพรรณบุรี โดยไปรับสิ่งของมา ซึ่งมีทั้งน้ำยาล้างเล็บ กาวดักหนู ดักแมลงวัน เครื่องสำอางค์ คันเบ็ดตกปลา เหยื่อปลอม เส้นเอ็น และยังพบเปลือกของพลุระเบิดไล่นกที่แตกแล้วจำนวนมาก จึงคาดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดนั้น น่าจะมาจากพลุระเบิดไล่นก

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบรถทุกคันของบริษัทขนส่งสินค้า ที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ว่า อาจจะมีพลุระเบิดไล่นกอยู่ในรถคันอื่นอีกหรือไม่ รวมทั้งจะขอเข้าตรวจสอบในโกดังเก็บของด้วย ส่วนทรัพย์สินของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายนั้น มีรถยนต์ทั้งหมด 11 คัน บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 5 หลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับทางเจ้าของบ้านให้เข้ามาตรวจสอบความเสียหายภายในบ้าน

ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บนั้น เบื้องต้นปลอดภัยดี แต่ทั้งนี้ยังคงต้องให้แพทย์ทำแผลที่แขนและขาอยู่เนื่องจากถูกแรงระเบิดและสะเก็ดมีบาดแผลตามร่างกายด้วย