หน้าแรก ภูมิภาค เข้าป่าหน้าฝน...

เข้าป่าหน้าฝนทำป่น ‘เห็ดไค’ เมนู5ดาวของชาวบ้าน ‘ซับเต่า’

10.09.25 | 15:09 น.

เข้าป่าหน้าฝนทำป่น’เห็ดไค’
เมนู5ดาวของชาวบ้าน’ซับเต่า’


ฤดูฝน เป็นฤดูกาลที่พืชพรรณธัญญาหารหลายชนิดให้ผลผลิตงอกงาม โดยเฉพาะอาหารพื้นที่จากป่า ทั้งหน่อไหม้ ยอดไม้ และเห็ดป่าหลายชนิด เป็นวัตถุดิบชั้นยอดที่นำมาประกอบอาหารรสเด็ดหลายเมนู โดยเฉพาะ “เห็ดไค” หรือเห็ดตะไคล หรือเห็ดหล่ม มีหลายชื่อเรียกตามท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค

ในพื้นที่ภาคอีสาน ชาวบ้านมักเข้าป่าในหน้าฝนเพื่อเก็บเห็ดไคที่กำลังออกดอกสะพรั่งในช่วงอากาศชื้นแฉะ ด้วยเป็นเห็ดที่พบเฉพาะฤดูกาล ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติอร่อย อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด นอกจากเก็บมาประกอบอาหารในครัวเรือนแล้วยังนำไปขายได้ราคาดีทีเดียว ส่วนเมนูเห็ดไคยอดนิยม มีทั้งต้ม ยำ แจ่วเห็ด น้ำพริกเห็ด หรือป่นเห็ดไค โดยเฉพาะเมนูป่น ต้องนำมาย่างไฟอ่อน จะทำให้เห็ดมีกลิ่นหอมกรุ่นก่อนนำมาปรุง จะได้สัมผัสรสชาติที่หวานหอมของเห็ดป่าแท้ๆ

ที่บ้านซับเต่า ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ช่วงนี้ชาวบ้านนิยมเข้าป่าท้ายหมู่บ้าน ตระเวนหาเก็บเห็ดป่ามากินและขาย หลังมีฝนตกต่อเนื่องนานนับสัปดาห์ โดยในช่วงฝนแรก เห็ดป่าที่ออกผลผลิตมาก คือ เห็ดระโงก เห็ดยอดนิยมอีกชนิดจะงอกงามเต็มป่าทั้งขายได้ราคาสูง กระทั่งมาถึงช่วงนี้ เป็นคิวของเห็ดตะไคล หรือเห็ดไค แม้ได้รับความนิยมรองลงมา แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของลูกค้า สามารถขายสร้างรายได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กัน

Advertisement

“ทวีรัฐ จันทร์แสงใส” หรือลุงเทิด ชาวบ้านวัย 57 ปี บอกว่า เห็ดตะไคล หรือเห็ดไค จะมีขนาดดอกค่อนข้างใหญ่ มีสีขาวแกมเขียว ที่สำคัญมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด แต่เมนูนิยมมากจะขาดไม่ได้ทุกครัวเรือน เรียกว่าเป็นเมนูแรกของปีสำหรับเห็ดไค คือ “ป่นเห็ดไค” หรือ “น้ำพริกเห็ดไค” เพราะมีกลิ่นหอมมาก นำมาทานได้อร่อยเต็มคำทีเดียว

ลุงเทิดยังบอกวิธีปรุง ป่นเห็ดไค โดยนำเห็ดไคมาย่างไฟอ่อนๆ ให้กลิ่นหอมพร้อมเครื่องประกอบ อย่างพริก กระเทียม และหอมแดง จากนั้นโขลกรวมกันพอหยาบ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา และผงนัว เท่านี้ก็ได้ป่นเห็ดไครสชาติจัดจ้าน กลิ่นหอมรับประทานกับผักสดแสนอร่อย

ฤดูฝนปีนี้ ชาวบ้านซับเต่าพากันเข้าป่าเก็บเห็ดไคกันอย่างต่อเนื่อง นำมารับประทาน และวางขายตามตลาด หรือริมทางในพื้นที่ โดยช่วงเริ่มต้นฤดูกาลปีนี้ ขายได้ราคาดีทีเดียว สำหรับดอกตูมขายในราคากิโลกรัมละ 400 บาท ดอกบาน 250-300 บาท ทำให้มีชาวบ้านออกหากันตลอดทั้งวันและทุกวัน บางคนโชคดีเก็บได้มากเกือบ 10 กิโลกรัมนับว่ามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่จะมีเฉพาะช่วงแรกๆ เท่านั้น จากนั้นปริมาณเห็ดไคจะลดลงเรื่อยๆ และหมดช่วงไปตามฤดูกาล ก่อนจะหันไปเก็บอาหารป่าชนิดอื่นๆ แทน