หน้าแรก ภูมิภาค ผ้าฝ้ายมูลมงค...

ผ้าฝ้ายมูลมงคล โอท็อป ‘ดอนพะธาย’ ภูมิปัญญาอีสานโบราณ

10.09.25 | 15:22 น.

ผ้าฝ้ายมูลมงคล
โอท็อป’ดอนพะธาย’
ภูมิปัญญาอีสานโบราณ


นับเป็นอีกสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านอีสาน ที่ต่อยอดมาจาก โครงการส่งเสริมเลี้ยง โค กระบือ ตามแนวทางพระราชดำริ โดยสำนักงานปศุสัตว์ อ.นาหว้า จ.นครพนม ร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าพื้นเมือง บ้านดอนพะธาย ต.บ้านเสียง อ.นาหว้า จ.นครพนม เพิ่มมูลค้าสินค้าภูมิปัญญาอีสาน ผ้าฝ้ายทอมือ นำมาย้อมมูลควาย ผสมกับไม้มงคล เพื่อให้กลิ่นหอมแบบธรรมชาติ และเป็นสิริมงคลกับผู้สวมใส่ สร้างชื่อเสียง ในชื่อ ผ้ามูลมงคล เตรียมผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ นครพนม สร้างงาน สร้างรายได้ ครบวงจร ให้กับชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งเสริม สร้างความแปลกใหม่ ให้กับสินค้าภูมิปัญญาอีสาน เป็นที่ต้องการของตลาด กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

นางรัชนี พิรุณรัตน์ อายุ 44 ปี ประธานกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนทอผ้าพื้นเมือง บ้านดอนพะธาย ต.บ้านเสียง อ.นาหว้า จ.นครพนม กล่าวว่า เดิมชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับการสนับสนุนส่งเสริม จัดตั้งธนาคารโคกระบือ ส่งเสริมเลี้ยงโคกระบือ ตามแนวทางพระราชดำริ จนกระทั่งได้ร่วมมือกับทางปศุสัตว์ อ.นาหว้า และชุมชน ในการนำภูมิปัญญาชาวบ้าน นำผ้าฝ้ายทอมือ ย้อมด้วยสีธรรมชาติ คือ มูลควาย เพราะเป็นแนวคิดภูมิปัญญาอีสานโบราณ รวมถึงการผสมไม้มงคล ใช้ในการย้อม ให้มีกลิ่นสีเป็นมงคล หรือเรียกว่า ผ้ามูลมงคล สำหรับผู้สวมใส่ ประกอบด้วย ตระไคร้ ใบมะกรูด ใบหูกวาง เปลือกลิ้นฟ้า เปลือกกรันเกรา เปลือกประดู่ ใบสัก และดอกดาวเรือง เน้นโทนสีมงคล คือสีเหลือง และเป็นสีธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา

Advertisement

ส่วนที่มาการทำผ้าย้อมมูลควาย มาจากภูมิปัญญาพื้นบ้านโบราณ โดยการนำมูลควายมาผสมน้ำให้ได้ตามอัตราส่วน ก่อนนำไปต้ม ให้น้ำเดือด เติมไม้มงคลลงไปและนำฝ้าฝ้ายไปย้อมในหม้อต้ม จะออกมาเป็นสีเหลือง ที่มีการทดลองมาจนได้สีที่สวยงามลงตัว ไม่ตกสี ก่อนที่จะนำขึ้นไปตากให้แห้งประมาณ 2-3 วัน ก่อนที่จะนำไปผ่านกระบวนการทอผ้า ตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทอจากผ้าย้อมมูลควาย ไม้มงคล คือ ผ้านำไปตัดเย็บชุดพื้นเมือง สามารถตัดเย็บได้ทั้งเสื้อผ้า เป็นลายอีสานพื้นเมืองทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการทอผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ตัดเย็บเป็นหมวก กระเป๋า มีราคาตั้งแต่ 100 บาท ถึงหลัก 1,000 บาท แล้วแต่ขนาดและลวดลาย ถือว่ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะมีเอกลักษณ์ความสวยงาม แตกต่างจากที่อื่น สนใจติดต่อสอบถามสั่งซื้อ โทร 06-2196-1269 / 060-05508

ประธานกลุ่มทอผ้ามูลควาย เปิดเผยเพิ่มอีกว่า ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 20 คน ทอผ้าในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยรายได้มาจากการทอผ้า คิดเป็นเมตร ประมาณเมตรละ 500 บาท แล้วแต่ลวดลายความยากง่าย เพราะเป็นงานผ้าทอมือจะต้องใช้เวลา ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้ยังไม่มากนัก ประมาณเดือนละ 5,000-10,000 บาทต่อคน ส่วนช่องทางการตลาดลูกค้าส่วนใหญ่จะขายออนไลน์ ตามตลาดงานสินค้าโอท๊อปในพื้นที่จังหวัดนครพนม ส่วนการเพิ่มยอดจะมีอุปสรรคพอสมควร เพราะเป็นงานทอมือแฮนด์เมด จะต้องเป็นสินค้าพรีออเดอร์ ใช้เวลาทอพอสมควร ในอนาคตจะเน้นการขายในส่วนของตลาดออนไลน์เป็นหลัก เชื่อว่าจะเป็นการตลาดที่กว้างมากขึ้น และมีการออกแบบลวดลายที่สวยงามรวมถึงแปรรูปผลิตภัณฑ์ นอกจากตัดเย็บเสื้อผ้าจะต้องเป็นสินค้าทั่วไปเช่นกระเป๋า ผ้าพันคอ หมวก มั่นใจว่าจะส่งผลต่อการตลาดทำให้ลูกค้าสนใจมากขึ้น

 

ด้านนายสามารถ ดาวเศรษฐ์ ปศุสัตว์ อ.นาหว้า จ.นครพนม เปิดเผยว่า ผ้ามูลมงคล หรือผ้าย้อมมูลควาย ถือเป็นอีกความสำเร็จของปศุสัตว์ อ.นาหว้า ร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าพื้นเมือง บ้านดอนพะธาย ต.บ้านเสียง อ.นาหว้า จ.นครพนม ในการต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าฝ้ายทอมือภูมิปัญญาชาวบ้านอีสาน กลายเป็นผ้ามูลมงคล ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีสีสีน สวยงาม แปลกตา ที่เกิดจากการย้อมมูลควาย รวมถึงไม้มงคล สร้างจุดขายด้านการตลาดผ้าพื้นเมืองประจำถิ่น ให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเตรียมผลักดันให้ เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ผ้าพื้นเมืองนครพนม มั่นใจว่าจะเป็นอีกผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้มากขึ้น

ในส่วนของผ้ามูลมงคล ที่ย้อมจากควาย ปัจจุบันกำลังเริ่มเป็นที่นิยมของตลาด เพราะมีการโปรโมต สินค้าทางสื่อออนไลน์ มั่นใจว่าจะทำแค่ช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญที่จะเป็นการเพิ่มมูลค่ารายได้ คือการออกแบบลวดลายหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ในรูปแบบต่างๆ ให้หลากหลายมากขึ้น สำหรับขั้นตอนในการทำย้อมมูลควาย ถือว่าเป็นวิธีภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถนำมูลควายมูลวัว ทั่วไปนำมา ผสมน้ำต้มยำ ตามสูตรภูมิปัญญาชาวบ้านที่ลองผิดลองถูกมายาวนาน สำคัญคือการให้สี ย้อมสีที่มาจากส่วนผสม ไม้มงคลธรรมชาติ จนได้สีที่ลงตัว แต่มูลควายจะต้องเป็นมูลที่ ออกมาจากควาย และวัว ไม่นาน ไม่ข้นจนเกินไป จึงเหมาะต่อการผสมออกมาเป็นสีย้อม โดยผ่านการต้มน้ำร้อน อย่างไรก็ตามในเรื่องของด้านการตลาด เชื่อว่าจะต้องเน้นด้านการตลาดออนไลน์เพราะจะเกิดรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมากขึ้น