หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มแค้น ถูก...

หนุ่มแค้น ถูกด่าเป็นขี้ยา บุกเผาบ้าน-เก๋งพยาบาลสาว ก่อนวางเพลิงร้านชำ เสียหายกว่า 2 ล้าน 

10.09.25 | 17:52 น.

หนุ่มแค้น ถูกด่าเป็นขี้ยา บุกเผาบ้าน-เก๋งพยาบาลสาว ก่อนวางเพลิงร้านชำ เสียหายกว่า 2 ล้าน 


เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 10 กันยายน พ.ต.ท.รัชพล โมรารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยนาข่า อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากไพบูลย์ ดวงตาโพธิ์ สารวัตรกำนันตำบลนากว้าง มีเหตุคนร้ายวางเพลิงเผาทรัพย์ บ้าน 2 หลัง ภายในบ้านเชียงพัง หมู่ 2 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี

  • หลังแรกที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ อยู่ท้ายหมู่บ้าน เสียหายทั้งหลังพร้อมด้วยรถเก๋ง 1 คัน
  • ร้านขายของชำ  ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ได้รับความเสียหายบางส่วน

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุว่านายอนุชา หรือ นุ อายุ 44 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงข้ามกับร้านชำ หลังก่อเหตุได้หลบหนีด้วยรถจักรยานยนต์ของญาติ

Advertisement

กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ผู้ใหญ่บ้านบ้านเม่น ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี และชาวบ้าน ได้แจ้งว่าพบตัวนายนุ ผู้ต้องหา กำลังพยายามจะลักรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของชาวบ้านเพื่อหลบหนี ชาวบ้านจึงช่วยกันควบคุมตัวนายนุ มาที่ สภ.นาข่า

จากการสอบสวนนายนุ รับสารภาพว่าก่อเหตุวางเพลิงบ้านทั้ง 2 หลังจริง ประกอบกับที่ร้านขายของชำ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะที่นายนุกำลังก่อเหตุได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้น พ.ต.ท.รัชพล โมรารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยนาข่า อ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายอนุชา หรือ นุ ผู้ก่อเหตุ สารภาพว่า ตนอาศัยอยู่บ้านคนเดียว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านขายของชำของนายบุญนาค และ บ้านพยาบาล ส่วนพ่อตายแม่มีสามีใหม่ สาเหตุที่ตนลงมือเผาบ้านพยาบาลเพราะว่า เขาพยาบาลจะว่าให้ตนประจำ ว่าให้ตนอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตนก็ว่าให้พยาบาลเหมือนกัน เขาหาว่าตนเสพยาบ้า

ส่วนสาเหตุที่เผาร้านขายของชำ ตนแค้นที่นายบุญนาค เจ้าของร้านขายของชำ ได้จ้างคนมาฆ่าตน เพราะตนได้ยิน เมื่อคืนนี้ตนเดินไปบ้านสวนพยาบาล ทุบกระจกข้างบ้าน เข้าไปจุดไฟเผาบ้าน โดยเอาไฟแช็กอยู่ในบ้านจุดไฟ จากนั้นก็มาทุบกระจกรถจุดไฟเผารถเก๋งแล้วก็เดินกลับมาบ้าน

นายอนุชา เล่าต่อว่า จากนั้นตนก็เดินไปจุดไฟเผาร้านขายของชำ จุดจนไฟลุกไหม้ที่หน้าบ้าน ตนมองดูไฟลุกไหม้ แล้วจึงเดินหนีเพราะมีชาวบ้านขับรถผ่านไปมา จากนั้นก็ยืมรถนายดำเพื่อนบ้านขี่หลบหนีไป โดยแวะเติมน้ำมัน 40 บาท ขี่รถหนีไปแบบไม่มีจุดหมาย พอน้ำมันหมดจอดรถ แล้วเดินไปเรื่อยๆ เห็นชาวบ้านขี่รถซาเล้งมาหาปลา ตนก็ทำทีเข้าไปขอน้ำดื่ม

จากนั้นก็ชิงรถซาเล้งขี่หลบหนีไป จนถึงบ้านเม่น ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ก็ถูกผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านตามจับกุมตัวส่งตำรวจ ซึ่งตอนก่อเหตุตนไม่ได้เสพยาบ้า ตนเคยเสพยาบ้าแต่เลิกเสพแล้ว เลิกเสพทั้งยาบ้า กัญชา และเหล้าขาว ตนเลิกหมดแล้ว

“ครั้งแรกว่าจะเผาบ้านพยาบาลที่อยู่หน้าบ้านด้วย แต่คิดไปคิดมาก็สงสารที่ยายซึ่งเป็นแม่ของพยาบาล อาศัยอยู่ในบ้าน พูดกับตนว่ายอมตนหมดทุกอย่างแล้ว ทำให้ตนใจอ่อนจึงไม่เผา แต่ก็ยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พอเผาบ้านแล้ว ก็รู้สึกผิดอยากขอโทษในสิ่งที่ตนทำลงไป ตนได้ขอโทษและกราบผู้เสียหายแล้ว” ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบบ้านหลังแรกเป็นบ้านสวนสไตล์นอร์ดิก (Nordicstyle) ชั้นเดียว ตั้งอยู่ห่างหมู่บ้านประมาณ 1 กม. ถูกไฟเผาเสียหายทั้งหลัง รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้าน ส่วนที่โรงรถซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร พบรถโตโยต้า อัลติส สีแดง หมายเลขทะเบียน กฉ 1245 อุดรธานี ถูกเผาวอดเสียหายทั้งคัน ซึ่งพบก้อนหินวางอยู่เบาะหลัง โดยมีชาวบ้านและเพื่อนร่วมงาน ที่ทราบข่าว เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.เครือวัลย์ อายุ 45 ปี พยาบาลวิชาชีพ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 8 อุดรธานี เจ้าของบ้าน

น.ส.เครือวัลย์ เจ้าของบ้าน เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนมีบ้าน 2 หลัง หลังแรกอยู่ติดกับร้านขายของชำและบ้านผู้ก่อเหตุ และหลังนี้เป็นบ้านสวน ปกติจะอยู่ทั้งสองหลัง แบบไปๆมาๆ ทำให้บ้านหลังนี้มีทรัพย์สินในบ้านจำนวนมาก และก่อนหน้านี้ตนจะอยู่กับลูกสาว แต่ลูกสาวไปเรียนที่กรุงเทพฯ ตนก็อยู่คนเดียว ก็จะมีพี่สาวและหลานมานอนเป็นเพื่อน แต่ส่วนมาก็จะอยู่ที่นี่เพราะทำสวนปลูกผัก ก่อนเกิดเหตุ ตนเดินทางไปราชการ ไปประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขที่กรุงเทพฯ พี่สาวไม่ได้มานอนเฝ้าบ้านให้ มีชาวบ้านมาพบว่าไฟไหม้บ้านและรถเก๋ง จึงมาช่วยกันดับ พี่สาวได้โทรมาบอกตนก็รีบกลับมาดูบ้าน พอมาเห็นบ้านแล้วช็อกอธิบายไม่ถูก ก็รู้สึกเสียใจ ตนไม่รู้ว่าเขาก่อเหตุเพื่ออะไร

น.ส.เครือวัลย์ เล่าต่อว่า คนก่อเหตุมีบ้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านตนซึ่งอยู่ในหมู่บ้าน ฟังที่เขาเล่าว่าเขาติดยาเสพติด ปกติตนจะไม่ได้ไปสุงสิงพูดคุยกับเขา เพราะตนต้องไปทำงาน เมื่อก่อนทำงานอยู่ที่หนองคาย ตนก็จะเดินทางไปๆ มาๆ ทำให้ไม่ได้สุงสิงกับใครในหมู่บ้าน แต่ตนเป็นคนหมู่บ้านนี้ มีญาติพี่น้อง บ้านเสียหายคร่าวๆ ประมาณ 2 ล้าน บ้าน 1 ล้าน สิ่งของประมาณ 4-5 แสน เงินทองที่ไหม้หมด รถเก๋งอีก 1 คัน

“ฝากถึงคนก่อเหตุ ตนไม่รู้ว่าเขาก่อเหตุเพราะอะไร หรือฤทธิ์ยาบ้าก็ตาม อาจจะไม่รับรู้ ไม่รู้สึกผิดอะไร แต่ฝากถึงเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สื่อ ที่เกี่ยวกับยาเสพติด อยากให้เข้ามาดูแล เพราะว่าจะได้ไม่เป็นปัญหาของสังคม ของหมู่บ้าน เพราะตอนนี้เด็กที่ติดยาเสพติดในหมู่บ้านก็เยอะ ส่วนของหนูมันสูญเสียไปแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก ตนไม่ถึงกับหมดตัว เพราะมีอาชีพ แต่เป็นเงินที่หามาและสะสมมาทั้งชีวิต หนูภูมิใจมาก เวลาโพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กรู้สึกภูมิใจมากกับบ้านหลังนี้ เพราะมาจากน้ำพักน้ำแรง ก็เสียใจ”

ส่วนบ้านหลังที่สอง เป็นร้านขายของชำอยู่กลางหมู่บ้าน มีร่องรอยกระจกแตก และร่องรอยไฟไหม้บริเวณหน้าร้าน นายบุญนาคอายุ 46 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 02.00 น. ขณะตนนอนอยู่ในบ้าน ก็ได้ยินเสียงกระจกหน้าบ้านแตก จึงได้ลุกขึ้นมาดู ก็พบนายอนุชา อดกลั้น หรือนุ ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงกันข้ามทุบกระจกหน้าบ้าน 3-4 ครั้ง แต่ไม่แตก

จากนั้นก็จุดไฟเผาหลังบ้าน แล้วเดินมาหน้าบ้าน เผาสิ่งของอยู่หน้าบ้านให้ลุกไหม้ ตนไม่กล้าออกไปห้ามเพราะว่านายนุถือมีดพร้า นายนุจุดไฟเผาบ้าน 4-5 จุด ตนก็วิ่งไปดับไฟ จุดที่ 5 ซึ่งไฟลุกไหม้จนกระจกแตก นายนุได้ยืนดูแต่มีชาวบ้านขับขี่รถผ่านไปมาไล่จับประมาณ 30 กว่าคน นายนุจึงขี่รถ จยย.หลบหนีไป แล้วไปลัก จยย. จึงโดนจับส่งตำรวจ ผู้ก่อเหตุเสพยาจนเพี้ยน ชอบพูดอยู่คนเดียว อาละวาดตะโกนด่าทอคนอื่นไปทั่ว