ชาวบ้านกว่า 20 คนโดยหลอกซื้อโค-กะบือเป็นเงินกว่า 9 แสนแต่ไม่จ่ายเงิน รวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจให้ตามล่านายทุนตัวแสบ ล่าสุดวันนี้เข้ามอบตัวรับผิดบอกเงินซ็อตหมุนไม่ทันโกงมาแล้ววงเงินกว่า 3 ล้านบาท
จากกรณี เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 นายนิพนธ์ นันทิอินทร์ อายุ 64 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านกุดปลาดุก ต.กุดปลาดุก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ กับพวกอีกรวม 20 คนเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน ร้อยตำรวจโท นพดล กล้าวาจา ร้องเวร สภ.อ.เมืองอำนาจเจริญ ว่าระหว่างวันที่ 6 มีนาคม2559 – วันที่19 เมษายน ต่อเนื่องกันได้มีนายวิทยา ทุมชาติ อายุ 55 ปี ได้มาหลอกใช้กลอุบายซื้อโคและกระบือจากผู้เสียหายที่บ้านพัก โดยให้ราคาสูงเป็นแรงจูงใจทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะเห็นว่าเป็นคนบ้านใกล้เคียงกันจึงมอบโคและกระบือให้ไปก่อน เมื่อนำโค-กระบือไปขายแล้วนายวิทยา ยังไม่นำเงินมาให้ผู้เสียหายเลย และได้หลบหายไปอยู่ที่ในกรุงเทพมหานคร รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 20 รายจำนวน 809,200 บาท เมื่อผู้เสียหายรู้ว่าถูกหลอก จึงรวมตัวกันมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายวิทยา ทุมชาติ จนกว่าจะถึงที่สุด จากนั้น พ.ต.อ.ณัญณวิทย์ สิทธารมณ์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้สั่งการได้วางแผนออกติดตามนายวิทยา ผู้ต้องหารายสำคัญนี้มาดำเนินคดี
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 เมษายน นายวิทยา ทุมชาติ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาได้เดินเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และเปิดใจว่า ตนได้นำวัวของชาวบ้านที่มาแจ้งความจำนวนกว่า 20 คนจริงและเป็นโค-กระบือ รวมทั้งสิ้น 50—60 ตัวเป็นเงินรวมกว่า 3 ล้านบาทและตนทำมาหลายต่อหลายครั้งเพราะเป็นคนรู้จักกันเชื่อใจกันทั้งนั้นและเขาก็ต้องการขายเพราะได้ราคาดีแต่มาตอนหลังๆเศรษฐกิจไม่ดี เมื่อเอาโค-กระบือไปขายที่ตลาดนัดก็เจอติดหนี้เช่นกัน ขายได้แต่เงินไม่ได้ เลื่อนนัดเป็นวันนั้นวันนี้ เลยช็อต ชาวบ้านที่จับวัวและกระบือไปขายไม่ได้เงินเช่นกัน หลายต่อหลายคนเข้า ชาวบ้านจึงมาร้องแจ้งความที่โรงพัก
“ขอรับผิดทั้งหมด จะเอาติดคุกก็ยอมเพราะไม่มีเงินมาให้จริงๆ แต่ไม่ได้อยากที่จะต้มตุ๋นชาวบ้าน มันจนใจจริงๆเอาไปขายก็ได้แต่เงินแห้งๆ จึงต้องยอมรับผิด และไม่ขอประกันตัวสู้คดีแต่อย่างไร จะติดคุกใช้หนี้ต่อไป”
พ.ต.อ.ณัญณวิทย์ สิทธารมณ์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ทำมากว่า 30 ปีแล้วพักหลังมาเลิกกับภรรยาใช้เงินไม่เป็นระบบเงินเลยซ็อตและผู้ต้องหารายนี้ไม่ขอยื่นประกันตัวและที่สำคัญตนอยากจะประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนที่โดยหลอกเห็นผู้ต้องหาบอกว่ามีมากกว่า 20 คนและเป็นวงเงินกว่า 3 ล้านบาท ให้มาแจ้งความเพิ่มเติมด้วยเพราะจะนำผู้ต้องหาเข้าเรือนจำอำนาจเจริญแล้ว และหากไม่ทันให้มาแจ้งความที่โรงพักอำนาจเจริญในวันถัดไปก็ได้ และผู้ต้องหารายนี้ทำคนเดียวโดยยอมซื้อวัวควายในราคาที่แพงกว่าเจ้าอื่นซึ่งทั้งนี้เพื่อจะได้วัวควายเป็นจำนวนมากและที่สำคัญแรกๆชาวบ้านต่างเชื่อใจมาพักหลังไม่ยอมคืนเงินที่ขายวัวควายได้และเก็บตัวเงียบล่าสุดหายเข้า กทม.พอเป็นข่าวตำรวจจะออกหมายจับโล่มามอบตัวไม่ยอมยื่นประกันจะใช้หนี้ติดคุกแทนเจ้าตัวบอกและผู้ต้องหาบอกยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา


