น้ำท่วมอยุธยา กระทบ 6 อำเภอกว่า 1.7 หมื่นครัวเรือน ชาวบ้านเดือดร้อนเก็บของหนีไม่ทัน
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนในอัตรา 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้แม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก พืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะสวนกล้วย ได้รับความเสียหายจำนวนมาก
ชาวบ้านเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายครัวเรือนเก็บข้าวของไม่ทัน ขณะเดียวกัน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว จำนวน 6 อำเภอ 83 ตำบล 478 หมู่บ้าน 17,223 ครัวเรือน
ทั้งนี้ ยังมีแนวโน้มว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะปรับเพิ่มการระบายน้ำสูงถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ท่วมในพื้นที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน บริเวณประตูระบายน้ำบางบาล ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล ชาวบ้านจำนวนมากนำอุปกรณ์ดักจับปลา ไม่ว่าจะเป็นคันเบ็ดหรือปืนยิงปลา มาดักหาปลาบริเวณท้ายประตูระบายน้ำ เนื่องจากปลาจากแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมากว่ายทวนกระแสน้ำเข้ามา โดยปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาสวาย ปลาตะโกก และปลาแดง ชาวบ้านบางรายหาปลาได้มากถึงวันละ 30–50 กิโลกรัม บางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาหาปลาโดยเฉพาะ
นายวีระพันธ์ คุณประชา อายุ 36 ปี ชาวอำเภอบางบาล เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่ในช่วงน้ำท่วมได้อาศัยการหาปลาบริเวณประตูระบายน้ำ ทำให้มีปลาขนาดใหญ่หลุดเข้ามาจำนวนมาก ตนเองหาปลาได้วันละ 10–30 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เก็บไว้ประกอบอาหารในครอบครัว ขณะที่ชาวบ้านบางรายนำไปขายสร้างรายได้เสริม โดยปลาสวายขายกิโลกรัมละ 30 บาท ปลาตะโกกกิโลกรัมละ 20 บาท ปลาคลาวกิโลกรัมละ 130 บาท และปลาแดงกิโลกรัมละ 350 บาท ถือเป็นช่วงที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ แม้จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถทำอาชีพหลักได้ก็ตาม

