หน้าแรก ภูมิภาค จนท.ล่องเรือส...

จนท.ล่องเรือสำรวจร่องน้ำทะเลสาบสงขลา หลังรื้อถอนโพงพาง จ่อเสนอมาตรการรักษาร่องน้ำระยะยาว

11.09.25 | 15:06 น.

ป.ป.ช.สงขลาร่วมเจ้าท่าส่วนภูมิภาค และ ประมงจังหวัดสงขลา ร่วมล่องเรือสำรวจร่องน้ำทะเลสาบสงขลา หลังได้ร่วมรื้อถอนโพงพาง เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย จำนวน 13 แถว 159 ช่องเมื่อ 1 เดือนก่อน โดยจะได้ส่งหนังสือเสนอจังหวัดสงขลา เร่งส่งเสริมอาชีพให้แก่ชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมแผนงานในการรื้อถอนเครื่องมือโพงพางเพิ่มอีก

เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายราม วสุธนภิญโญ ผอ.ป.ป.ช.สงขลา นายหิรัญวัตติ์ สืบกระพันธ์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาค สงขลาและตัวแทนประมงจังหวัดสงขลา ร่วมล่องเรือ สำรวจแนวร่องน้ำการเดินเรือ ทะเลสาบสงขลา ระยะทาง 5200 เมตร หลังได้ร่วมกันรื้อถอนโพงพาง เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ที่เคยปักอยู่ในร่องน้ำจำนวน 13 แถว 159 ช่อง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยในวันนี้พบว่า ร่องน้ำโล่ง ไม่มีโพงพางปักอยู่แล้ว การเดินเรือสามารถทำได้อย่างสะดวก โดยก่อนหน้านี้ ยังคงมีความพยายามของ ชาวประมง ที่จะนำเสาไม้ มาปักซ้ำในร่องน้ำ เพื่อทำโพงพางกันอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ ได้มีการเข้าแผน ลาดตระเวน เมื่อพบเห็นจึงได้ทำการรื้อถอนออกไป ทำให้สามารถรักษาสภาพร่องน้ำเอาไว้ แม้จะผ่านพ้นมาแล้ว 1 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้โพงพางในร่องน้ำจะถูกรื้อถอนออกไป แต่ก็พบว่ามีการปักโพงพางเพิ่มขึ้นในจุดอื่นๆ โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ตำบลเกาะยอ ซึ่งห่างออกไปไม่มากนัก นอกจากโพงพางแล้วก็ยังมีไซนั่ง และ ไซหนอน ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ถูกวางเอาไว้อย่างแน่นขนัดอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรื้อถอนโพงพางออกไป 1 เดือนแล้ว ชาวประมงโดยเฉพาะในรายที่ใช้เครื่องมือพื้นบ้านอย่างเบ็ด แห ต่างก็พบว่า สัตว์น้ำชุกชุมมากขึ้น สามารถจับสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น รวมถึง มีพันธุ์สัตว์น้ำที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

Advertisement

ผอ.ป.ป.ช.สงขลา กล่าวว่า หลังการรื้อถอนแล้ว ก็จะได้เสนอแนะเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังจังหวัดสงขลาเพื่อแต่งตั้งชุดเฉพาะเฝ้าระวังร่องน้ำ เพื่อรักษาร่องน้ำเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ชาวประมง ลอบเข้ามาปักโพงพางซ้ำ นอกจากนั้น ยังแนะนำให้ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนเช่นกล้องตรวจการณ์กลางคืน โดรน และระบบติดตามทางเรือ( vms )เพื่อลดช่องว่างในการตรวจสอบ รวมถึงการดำเนินคดีทันทีหากพบการกระทำผิด โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่เข้มแข็ง พร้อมให้มีการจัดทำฐานข้อมูลผู้ที่เคยประกอบอาชีพประมง เครื่องมือโพงพางและติดตามสถานะเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ชุมชนตระหนักถึงโทษและผลกระทบจากการใช้โพงพางที่ผิดกฎหมายต่อความปลอดภัยและทรัพยากรทางน้ำ การสร้างแรงจูงใจทางบวกโดยกำหนดโครงการชุมชนต้นแบบ “ทะเลปลอดโพงพาง”

“นอกจากนั้นยังขอให้ส่งเสริมอาชีพที่สุจริตและยั่งยืนโดยการบูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมประมงเพื่อพัฒนาอาชีพทางเลือกเช่นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวชุมชน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมงเพิ่มมูลค่า อบรมและพัฒนาทักษะอาชีพโดยเชิงวิทยากรเชี่ยวชาญพร้อมจัดหาตลาดรองรับรวมถึงให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งทุนและสวัสดิการเพื่อสนับสนุนปรับเปลี่ยนอาชีพอย่างยั่งยืน” นายรามกล่าวและว่า ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมทั้งการบังคับกฎหมายอย่างเข้มแข็ง รวมถึงการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวประมงที่เลิกใช้เครื่องมือโพงพางนั้น จะได้นำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษาส่งไปยังจังหวัดสงขลาเพื่อพิจารณาการดำเนินการต่อไป
ส่วนในเรื่องการวางแนวทางรื้อโพงพาง ในส่วนอื่นๆ ในทะเลสาบสงขลานอกเหนือจากในร่องน้ำนั้น ทราบว่า ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างมีแผนการดำเนินงานในระยะที่ 2 และ 3 แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน