ศาล สั่งจำคุก 414 ปี อดีตหัวหน้าส่วนคลัง อบต.หนองเทา ทุจริตเงินโครงการศก.ชุมชน
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 คณะกรรมการ ป.ป.ช.จับกุม นายพิศิษฐ บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนม ที่ 97/2563 ลงวันที่ 28 กันยายน 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91
โดยนายพิศิษฐ ผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลตามหมายจับ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการคลัง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้กระทำการโดยทุจริตต่างกรรมต่างวาระ ดังนี้
– เบียดบังเงินที่ได้รับการจ่ายคืนในโครงการเศรษฐกิจชุมชนจากกลุ่มเกษตรกร จำนวน 178,262 บาท
– เบียดบังเงินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย และภาษีบำรุงท้องที่ จำนวน 1,165 ใบเสร็จ เป็นเงิน 71,352.36 บาท
– ร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเช็คโดยไม่มีฎีกาเบิกจ่ายเงิน/หลักฐานการจ่ายเงิน จำนวน 131 ฉบับ เป็นเงิน 9,333,351.67 บาท
– ร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเช็คให้ร้านอ้วนคอมพ์ ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทาจริง จำนวน 48 ฉบับ เป็นเงิน 6,202,629.74 บาท
– ร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเช็คโดยมีฎีกาให้ตรวจสอบแต่เอกสารประกอบฎีกาไม่ครบถ้วน จำนวน 9 ฉบับ เป็นเงิน 964,837 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 16,750,432.77 บาท อันเป็นการดำเนินการโดยมิชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการและองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2548 ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 หมายจับมีกำหนดขาดอายุความวันที่ 30 กันยายน 2568
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตภาค 4 สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 4 ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายพิศิษฐได้หลบหนีไปยังเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทำงานอยู่ที่โรงงานไม้แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่อำเภอนครหลวง คณะพนักงานเจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตจึงได้ร่วมกันทำการวางแผนเข้าจับกุมโดยเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณโรงงานไม้ดังกล่าวและเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบตัวนายพิศิษฐกำลังขับรถยนต์กระบะบรรทุกไม้พร้อมคนงานอีก 1 คน ออกจากโรงงานไม้มุ่งหน้าไปทางอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พนักงานเจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามอย่างกระชั้นชิดพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรภาชีเพื่อสกัดจับ และร่วมกันจับกุมได้ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงภาชี หมู่ 4 ตำบลภาชี อำเภอภาชี และดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ตัดสินว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 147, 151 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามมาตรา 151 จำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แล้วเบียดบังเอาเงินไปโดยทุจริตรวม 207 ครั้ง จึงมีความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ
คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 207 กระทง เป็นโทษจำคุก 414 ปี 1,242 เดือน ตามมาตรา 91 (3) ให้ลงโทษจำคุก 50 ปี และคืนเงิน 12,835,133.56 บาท แก่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา

