พ่อสุดเสียใจ ลูกชายจะเอาจยย.ไปขายซื้อยาบ้า คว้ามีดพร้าทำร้ายพ่อ ถูกแย่งฟันสวนดับอนาถ
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 12 กันยายน 2568 ร.ต.อ.ศราวุธ ชมภูธร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ ได้รับแจ้งจากนางนิตยา พิลาแดง ผู้ใหญ่บ้านเชียงหวาง มีเหตุพ่อใช้มีฟันลูกชายหลอนยาคลั่งอาละวาด เสียชีวิต บริเวณหน้าบ้าน ตำบลเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี จึงพร้อมด้วย ร.ต.อ.แดงน้อย นารากรณ์ รอง สว.(สืบสวน) สภ.เพ็ญ และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เพ็ญ แพทย์เวร รพ.เพ็ญ อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม จุดบริการอำเภอเพ็ญ รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพนายสุรชัย หรือเต๋า อายุ 30 ปี ชาว ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บริเวณพงหญ้า สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว จากการชันสูตรพบมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม เป็นบาดแผลฉกรรจ์หลายที่ เช่น กลางศีรษะ แขนขวา หลังมือขวา หลังมือซ้าย ข้อศอกซ้าย ริมฝีปากบน ปลายคาง ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครคือ นายสถาพร หรือพ่อแดง อายุ 59 ปี พ่อผู้ตาย ยืนถือมีดพร้ายาวประมาณ 48 ซม. รอมอบตัวกับตำรวจ
โดยนายสถาพร เล่าว่า ตนมีลูก 5 คน ผู้ตายเป็นคนสุดท้อง เป็นคนเกเรไม่ทำงาน เสพยาบ้า ก่อนเกิดเหตุ ตนออกไปหาปลามาทำอาหารเย็น กระทั่งเวลา 16.00 น. ตนกลับมาบ้านเข้าไปในครัวเตรียมทำอาหารเย็นให้ครอบครัวกิน ก็พบว่านางอุไรพร ภรรยาของตน และเป็นแม่ผู้ตาย กำลังทะเลาะกับผู้ตาย เรื่องรถจักรยานยนต์ของลูกสาวมารับส่งหลาน แต่ผู้ตายเถียงจะเอารถจักรยานยนต์ไปขาย เพื่อหาเงินซื้อยามาเสพ ระหว่างที่ตนกำลังขอดเกล็ดปลาอยู่ข้างครัวข้างบ้าน ผู้ตายได้พูดเสียงดังเอะอะโวยวาย ออกมาเตะถังพลาสติกใส่ปลาจนล้มคว่ำ ปลากระเด็นออกจากถังพลาสติก
“ตนจึงก้มเอาถังปลาขึ้น มีดพร้าที่ตนพกไปด้วยตกลงพื้น ผู้ตายจึงหยิบเอามีดจะฟันตน ตนจึงแย่งมีดคืนมาได้แล้วฟันผู้ตาย 1 ครั้ง มีดหลุดมือก็วิ่งหลบหนีออกมาจากบ้านประมาณ 30 เมตร ผู้ตายก็ตามไล่ฟันตนอีก ตนแย่งมีดมาได้ก็ฟันผู้ตายกี่ครั้งจำไม่ได้ ซึ่งลูกเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาละวาดตลอด ไล่ฟันพ่อหลายครั้งนับไม่ได้ หาวันสงบไม่ได้ เสพยาบ้ามานานแล้ว และเคยติดคุกคดีพรากผู้เยาว์และเสพยาบ้า หลังเกิดเหตุ ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”
นางนิตยา พิลาแดง ผู้ใหญ่บ้านเชียงหวาง เล่าว่า ผู้ก่อเหตุกับผู้ตายเป็นพ่อลูกกัน ผู้ตายเสพยาแล้วคลั่ง อาละวาดประจำ ซึ่งลูกชายมีอคติต่อพ่อ อาละวาดตลอด ลูกจะตีพ่อตลอด ตนมาระงับเหตุกับตำรวจประจำ ไม่นานนี้ลูกชายวิ่งไล่จะฆ่าพ่อลงไปตามทุ่งนา มีชาวบ้านช่วยไว้ทัน และผู้ตายเคยก่อเหตุจะเผาบ้าน ชาวบ้านมาระงับเหตุได้ทัน
ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” ควบคุมตัวไปโรงพัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพผู้ตายได้มอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

