หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯเลย เร...

ผู้ว่าฯเลย เร่งปรับปรุงพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากร พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้

15.09.25 | 15:54 น.

ผู้ว่าฯเลย เร่งปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากร พร้อมให้การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้


เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผวจ.เลย พร้อมด้วย นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ รอง ผวจ.เลย พ.ต.อ.ยุทธวัฒน์ โชคชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ด่านศุลกากรเชียงคาน พร้อมนำคณะลงตรวจพื้นที่ด่านศุลกากรท่าลี่ อ.ท่าลี่ และ ด่านศุลกากรบ้านคกไผ่ อ.ปากชม

การลงพื้นที่ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติงานของด่านศุลกากร ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและนโยบายจังหวัด รวมถึงการให้ข้อเสนอแนะแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาจังหวัดและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ทั้งในด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวก แก่ประชาชนและผู้เดินทางข้ามแดน การตรวจคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย การตรวจค้นสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย เพื่อบริหารจัดการภาพรวมในการปฏิบัติงานของด่านศุลกากร ให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับ จังหวัดเลย มีจุดผ่านแดนถาวร 3 แห่ง ได้แก่ ด่านศุลกากรท่าลี่ ด่านศุลกากรเชียงคาน ด่านศุลกากรบ้านคกไผ่ มีจุดผ่อนปรนผ่านแดนชั่วคราว 3 แห่ง ได้แก่ จุดผ่อนปรน บ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่ จุดผ่อนปรน บ้านนาข่า อำเภอด่านซ้าย จุดผ่อนปรน บ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว

Advertisement

นายชัยพจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ด่านศุลกากรเชียงคาน อำเภอเชียงคาน และ ด่านศุลกากรบ้านคกไผ่ อำเภอปากชม มีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ ต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และสังคมในพื้นที่จังหวัดเลย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และเกิดความมั่นคงตามแนวชายแดน ดังนั้น ขณะนี้จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการทำงาน ร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ทำการปกครองอำเภอ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ที่สำคัญควรจะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการแต่ละด้าน เพื่อร่วมกันคิดพิจารณาแก้ไขปัญหาและตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาให้ในการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละด้าน ที่สำคัญจะต้องมีการปรับปรุงและจัดหาเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้งานโดยเร็ว เช่น เครื่องเอกซเรย์ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนั้นจะต้องดำเนินการปรับปรุงและขยายอาคารสถานที่ เพื่อรองรับจำนวนผู้เดินทางข้ามไปมาตามแนวชายแดน ที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเฉลี่ยวันละ 150 คนต่อวัน และจำนวนผู้เดินทางจะสูงขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ