หน้าแรก ภูมิภาค กาญจ์เอาจริง!...

กาญจ์เอาจริง! ชงถอนใบอนุญาต 31 ต่างด้าว-ถอดสัญญาติคนไทย ก่อคดียาบ้า-ขนแรงงานเถื่อน

16.09.25 | 22:41 น.

ทองผาภูมิเอาจริง! ชงถอนใบอนุญาต 31 ต่างด้าว-ถอดสัญญาติคนไทย ทำผิดต่อความมั่นคงของประเทศ คดียาเสพติด-ลอบขนแรงงานเถื่อน


เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันนี้ 10 มี.ค.68 นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายอำเภอจังหวัดกาญจนบุรีทั้ง 13 อำเภอ เรื่อง การถอนสัญชาติไทยของผู้ซึ่งมีสัญชาติไทย และการยกเลิกเพิกถอนสถานะของคนต่างด้าวหรือคนที่ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

เนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรีได้ปรากฏข่าวผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับผู้ซึ่งมีสัญชาติไทย และคนต่างด้าวหรือคนไม่มีสัญชาติไทย ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดีที่มีลักษณะเป็นภัยต่อความมั่นคง ได้แก่ คดีเกี่ยวกับยาเสพติด และคดีเกี่ยวกับการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือแรงงานเถื่อน มีจำนวนมากขึ้น และมีลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคม หรือเกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดผลในการป้องกันและปราบปรามมิให้บุคคลต่างด้าวเข้าไปเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยของประชาชนโดยรวม จึงให้อำเภอทองผาภูมิดำเนินการตามประกาศจังหวัดกาญจนบุรี และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบโดยทั่วกัน

Advertisement

ที่ผ่านมาอำเภอทองผาภูมิได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่า ได้จับกุม นางสาวบี ไม่มีชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ขึ้นต้นด้วยเลข 0 เนื่องจากมีของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 50 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า ได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องนางสาวบี ผู้ต้องหา พร้อมทั้งส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี

ต่อมา พนักงานอัยการได้แจ้งผลการพิจารณาของศาลจังหวัดกาญจนบุรี พิพากษาว่า นางสาวบี (จำเลย) มีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก 3 ปี และปรับ 100,000 บาท นางสาวบี (จำเลย) ให้การสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท และเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ มีกำหนด 2 ปี

อำเภอทองผาภูมิได้ตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรมีบุคคลที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่ไม่มีสถานตามหนังสือจังหวัดกาญจนบุรีในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิจำนวน 30 ราย และตามหนังสือสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า จำนวน 1 ราย รวม 31 ราย เป็นชาย 26 ราย หญิง 5 ราย บัตรขึ้นต้นด้วยเลข 0 จำนวน 15 ราย ขึ้นต้นด้วยเลข 6 จำนวน 16 ราย

เนื่องจากบุคคลทั้ง 31 ราย กระทำความผิดอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกที่ (เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ) ยกเว้น นางสาวบี ที่แม้ศาลจะพิพากษาให้รอการลงโทษเป็นระยะเวลา 2 ปี แต่ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ อำเภอทองผาภูมิจึงส่งเรื่องไปยังจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรายงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวของคนต่างด้าวดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ ต่อไป

นายชาคริตเปิดเผยว่า นอกจากนี้ อำเภอทองผาภูมิ ได้มีหนังสือถึง นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง ขอให้พิจารณาถอนสัญชาติไทยของผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้รับสัญชาติไทยโดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ และการสั่งให้คนที่เกิดในในราชอาณาจักรไทยและไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 สำเนาหนังสือจังหวัดกาญจนบุรี ด่วนที่สุด ที่ กจ 0018.1/4553 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2568

โดยที่ผ่านมานั้นจังหวัดกาญจนบุรีแจ้งว่า ได้ปรากฏข่าวผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับผู้ซึ่งมีสัญชาติไทย และคนต่างด้าวหรือคนไม่มีสัญชาติไทย ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดีที่มีลักษณะเป็นภัยต่อความมั่นคงตามข้อมูลข้องต้น อำเภอของผาภูมิได้ตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรแล้วปรากฏว่ามีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ ตามหนังสือจังหวัดกาญจนบุรีในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี บัตรขึ้นต้นด้วยเลข 8 นายรัชชานนท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี บัตรขึ้นต้นด้วยเลข 8 และ นายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี บัตรขึ้นต้นด้วยเลข 8

เนื่องจากบุคคลทั้ง 3 ราย กระทำความผิดอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นการขัดต่อต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จนศาลจังหวัดทองผาภูมิมีคำพิพากษาให้จำคุก (เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ) เมื่อศาลพิพากษาจำคุกบุคคลทั้ง 3 อำเภอทองผาภูมิจึงส่งเรื่องไปยังจังหวัดกาญจนรี เพื่อรายรานไปยังกรมการปกครอง พิจารมาถอนสัญชาติไทยของบุคคลทั้ง 3 ตามอำนาจหน้าที่เช่นกัน โดยเมื่อมีการพิจารณาเพิกถอนแล้วคนเหล่านี้จะไม่มีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรไทย หากพ้นโทษออกมาจะต้องถูกผลักดันออกจากประเทศ ต่อไป