อยุธยาอ่วม! น้ำท่วม7อำเภอ 97 ตำบล ปชช.เดือดร้อน28,518ครัวเรือน จมน้ำเสียชีวิต2ราย
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา จาก 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงแม่น้ำน้อย คลองสาขาต่างๆมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ยประมาณ 10 ซม.
ที่ชุมชน ต.แคตก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อาศัยติดกับคลองช่างเหล็กรับมวลน้ำจากแม่น้ำน้อย ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าไหลเข้าท่วมพื้นที่ของชุมชน ท่วมถนนทางเข้าชุมชน ต้องใช้เรือพายสัญจรเข้าออก บางจุดทำสะพานเชื่อมต่อจากบ้านมาที่ถนนที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม
นายไพโรจน์ อายุ 55 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งบริเวณโดยรอบบ้านถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร สภาพบ้านเป็นบ้าน 2ชั้น ชั้นล่างได้เก็บข้าวของที่พอจะเก็บได้ขึ้นไว้ที่สูงแล้ว เล่าว่า ทุกวันนี้ตนเองเข้าทำงานดึก และเลิกงานช่วงเช้า ต้องพายเรือเข้าออกเพื่อไปทำงาน และต้องคอยพายเรือออกไปรับคนในครอบครัวเพื่อไปทำงานด้วย จะลำบากในช่วงเวลาที่น้ำท่วมทุกปี จากประสบการณ์ที่รับมือกับน้ำท่วมมาหลายปี โดยเฉพาะหลังปี 2554 ได้ดีดบ้านขึ้นสูงเพื่อหนีน้ำท่วม จนปี 2565 ระดับน้ำท่วมสูงได้ก่ออิฐป้องกันน้ำท่วมเข้าพื้นบ้านชั้นล่าง แต่ต้องคอยสูบน้ำและเฝ้าระวังตลอดเวลา แต่ด้วยมวลน้ำจำนวนมากทำให้น้ำทะลักเข้ามาภายในบ้าน มาปีนี้ ได้จัดเตรียมซื้อ อิฐบล็อก ทรายปูนมา เตรียมเอาไว้แล้ว ถ้าระดับเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ จะต้องก่ออิฐป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้าน เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำมาเพิ่มทุกวัน สู้มาทุกปีต้องสู้ต่อไปไม่รู้จะย้ายจะหนีไปอยู่ที่ไหน ลองสู้อีกครั้ง

ส่วนที่ ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านถนนในชุมชนระดับสูงประมาณ 1-2 เมตร นายทองหล่อ อายุ 72 ปี กล่าวว่า บ้านของตนตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดริมน้ำเจ้าพระยา ถูกน้ำท่วมพื้นบ้าน สูงกว่า 40–50 เซนติเมตรมานานกว่า 2 สัปดาห์ จนต้องหนุนพื้นบ้านหนีน้ำถึงสองครั้ง วันนี้ระดับน้ำกลับเพิ่มขึ้นอีก 4–5 เซนติเมตร ทำให้ข้าวของที่ยกหนีน้ำไว้เริ่มลอยเคว้งคว้างไปทั่วบ้าน ต้องรีบเก็บของขึ้นที่สูงอีกรอบ ไม่มั่นใจเลยว่าน้ำจะขึ้นไปถึงไหน”
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนในตำบลบ้านกุ่มต้องเฝ้าระวังและหาวิธีปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ระดับน้ำยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 7 อำเภอ คือ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน มหาราช 97 ตำบล 603 หมู่บ้าน ประชาได้รับความเดือดร้อน 28,518 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน 2 ราย
โดยรายล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน ร.ต.อ.ธนัญชน สังข์นวล รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ ไปให้การสนับสนุน
การเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต้องพายเรือเข้าไปภายในชุมชน ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกน้ำ ท่วมสูงกว่า 1 เมตร และอยู่ลึกเข้าไปในหมู่บ้านกว่า 500 เมตร การเข้าถึงเป็นไปอย่างลำบาก
ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือ นายวิโรจน์ สัมฤทธิ์ อายุ 60 ปี สภาพนอนคว่ำหน้า สวมกางเกงเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำร่างขึ้นเรือ เพื่อนำออกจากพื้นที่ ก่อนส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
นายมนัส อายุ 63 ปี ชาวบ้านผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ระหว่างกำลังพายเรือออกจากบ้าน เห็นวัตถุลอยอยู่ในน้ำ ตอนแรกคิดว่าเป็นถุงพลาสติก แต่เมื่อพายเข้าไปใกล้และใช้ไม้เขี่ยดู กลับพบว่าเป็นศพ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
ด้าน นางสุพรรณี อายุ 53 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นายวิโรจน์อาศัยอยู่ลำพัง มักใช้วิธี “จูงเรือ” เข้าออกบ้านแทนการพาย เนื่องจากเรือพลาสติกที่ใช้มีน้ำหนักเบาและพายได้ยาก ระดับน้ำที่ท่วมสูงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุจนจมน้ำเสียชีวิต


