ฝนตกติดต่อ ลำมูลสูง ปักธงแจ้งเตือนเฝ้าระวัง เตรียมรับมวลน้ำจากอ่างลำเชียงไกรตอนล่างไหลสมทบ
นครราชสีมา-วันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครราชสีมา โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้อำนวยการฯ นั้น ได้มีโทรสารด่วนที่สุดไปถึง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงนี้ ไปจนถึงวันที่ 24 กันยายน 2568 หลังจากสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้มีประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 18 – 24 กันยายน ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะ 18 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ จ.นครราชสีมา ก็เป็น 1 ใน 18 จังหวัดที่จะต้องเฝ้าระวัง

โดยมี 12 อำเภอที่ตะต้องจับตาเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจส่งผลให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในเขตชุมชน ซึ่งได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา สีคิ้ว สูงเนิน โนนสูง ครบุรี ปักธงชัย หนองบุญมาก โชคชัย จักราช พิมาย ชุมพวง และ อำเภอโนนแดง ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม เช่น ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หรือเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นไว้ด้วย ซึ่งในห้วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า จังหวัดนครราชสีมา มีฝนตกกระจายครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอ ทำให้มวลน้ำฝนที่ตกสะสมตามไร่นาและพื้นที่ต่างๆ ไหลหลากไปลงลำน้ำธรรมชาติ อย่างเช่น ลำตะคอง ลำเชียงไกร และและลำน้ำมูล

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปดูระดับน้ำในลำมูล ช่วงที่ไหลผ่านตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย ซึ่งพบว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ อบต.สัมฤทธิ์ จึงต้องนำ “ธงน้ำเงิน” มาปักแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบว่า ระดับน้ำลำมูลในช่วงนี้ อยู่ใน “สภาวะเฝ้าระวัง” ให้ติดตามข่าวสารทุกๆ 24 ชั่วโมง ในขณะที่ อบต.สัมฤทธิ์ ได้เตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เรือท้องแบน และกระสอบทราย ไว้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนหากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ฉับพลัน พร้อมกับแจ้งเตือนให้ประชาชนให้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ และติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือป้องกันความเสียหายจากน้ำมูลล้นตลิ่ง เพราะมีรายงานเข้ามาว่า มีพื้นที่การเกษตรในที่ลุ่มต่ำ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลชีวาน ตำบลกระเบื้องใหญ่ ตำบลสัมฤทธิ์ และตำบลในเมือง อำเภอพิมาย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำลำมูลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมแล้ว

ซึ่งคาดว่า จะมีมวลน้ำฝนสะสมจากพื้นที่ตอนบน ทั้งจากอำเภอปักธงชัย ครบุรี โชคชัย เมืองนครราชสีมา เฉลิมพระเกียรติ โนนไทย และอำเภอโนนสูง ไหลมาสมทบลงลำน้ำมูลเพิ่มขึ้นอีกในช่วงนี้ ประกอบกับอ่างเก็บน้ำขาดเล็กและขนาดกลางต่างๆ ก็เร่งพร่องระบายน้ำออก เพื่อเตรียมรับมวลน้ำใหม่ที่จะไหลลงอ่างฯ ซึ่งอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อำเภอด่านขุนทด และอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง อำเภอโนนไทย

เพราะล่าสุดปริมาณเกินความจุกักเก็บทั้งสองอ่างฯ แล้ว ทำให้แต่ละอ่างฯ ต้องเร่งพร่องน้ำ ซึ่งมวลน้ำที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน พร่องระบายไปลงลำเชียงไกรนั้น จะต้องไหลผ่านมาที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ที่อำเภอโนนไทย ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำล้นอ่างฯ โดยอยู่ที่ 28.14 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 101.61 % ของความจุทั้งหมด 27.70 ล้านลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ชลประทานต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของอ่างฯ และจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายอ่างฯ ด้วย โดยวานนี้ได้ระบายน้ำออก 2.66 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมวลน้ำก้อนนี้จะไหลไปลงสมทบในลำน้ำมูลที่อำเภอโนนสูง พิมาย และอำเภอชุมพวงต่อไป แต่ละพื้นที่ตามเสี้นทางน้ำลำมูลจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ .

