วงจรปิดจับภาพ ลูกค้ากลายเป็นโจร ขโมยมือถือไอโฟนพนักงานเสิร์ฟ ไม่กลัวตำรวจนั่งอยู่เพียบ
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พรนภา (ปอนด์) พรหมดี อายุ 21 ปี เป็นพนักงานเสิร์ฟร้าน อีเป็ด อีทเตอรี่ ตั้งอยู่ริมถนนสุดบรรทัด ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ว่าโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 11 ของตนเองที่วางไว้ที่บาร์ภายในร้าน ถูกลูกค้าที่เป็นหญิง อายุประมาณ 35-40 ปี กลายร่างจากลูกค้าเป็นขโมยลักเอาโทรศัพท์ไป ขณะที่ตนเองกำลังเดินเช็ดโต๊ะอยู่ภายในบริเวณร้าน โดยนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ผู้สื่อข่าวได้ดู ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่า ภายในบริเวณร้านได้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของ สภ.เมืองสระบุรี เข้ามาใช้บริการหลายนาย
จากนั้น น.ส.ปอนด์ ที่เป็นพนักงานเสิร์ฟได้นำโทรศัพท์มือถือของตนมาวางไว้บนบาร์ และเดินออกไปเช็ดโต๊ะ เป็นช่วงจังหวะที่มีหญิงสาวแต่งกายดี โดยสวมกางเกงยีน เสื้อแขนยาวสีขาวลายน้ำเงิน ซึ่งยืนรอเครื่องดื่มอยู่ เหลือบเห็นโทรศัพท์วางอยู่ จึงได้กลายร่างเป็นคนร้าย เดินเข้ามาใช้โทรศัพท์ของตนเองวางทับซ้อนโทรศัพท์ของพนักงานเสิร์ฟ แล้วหยิบไป โดยที่ไม่เกรงกลัวสายตาใครๆ แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในร้าน และเมื่อได้เครื่องดื่มก็เดินออกจากร้านไปกับเพื่อนสาวอีกคนที่มาด้วยกัน
ด้าน น.ส.พรนภา พรหมดี พนักงานเสิร์ฟ ผู้เสียหาย เล่าว่า โทรศัพท์ของตนเองเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน 11 ซึ่งตนเองซื้อมาในราคา 19,000 บาท ในวันนั้นมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากว่าเสื้อเอี๊ยมที่ตนเองใส่อยู่มันหลวม ตนเองจึงได้นำโทรศัพท์ของตนเองไปวางไว้ข้างๆ บนบาร์ จากนั้นก็เดินออกไปเช็ดโต๊ะ ซึ่งตรงที่ตนวางโทรศัพท์ไว้ มีลูกค้าที่เป็นหญิงยืนรอเครื่องดื่มอยู่ ก็เดินเข้ามาหยิบเอาโทรศัพท์ของตนเองไป
โดยวิธีการที่หญิงคนดังกล่าวถือโทรศัพท์ของเขาอยู่ จากนั้นก็เดินเข้ามาเอาโทรศัพท์ของเขาวางทับ และหยิบไปทั้ง 2 เครื่องรวมของตนเองด้วย ซึ่งหญิงที่ก่อเหตุน่าจะอายุประมาณ 35-40 ปี โดยแต่งกายดี ดูลักษณะท่าทางเหมือนคนมีเงิน ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา เวลา 13.24 น. ในโทรศัพท์ของตนมีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมาก รู้สึกเสียดาย จึงอยากให้หญิงคนร้ายที่ขโมยไปนำมาคืน ถ้านำมาคืนตนก็จะไม่แจ้งความหรือเอาเรื่อง แต่ถ้าไม่เอามาคืนหลังจากนี้ก็จะไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทางด้านกฎหมายต่อไป
“ยอมรับว่าประมาท จึงไม่คาดหวังที่จะได้โทรศัพท์กลับคืนมาสักเท่าไร ซึ่งหลังจากเลิกงานในวันนี้ตนก็จะเข้าไปแจ้งความ ส่วนที่มองว่าตนทำไมต้องยิ้มอยู่เสมอทั้งๆ ที่โทรศัพท์หาย เนื่องจากว่าปลงแล้ว และทำใจแล้วได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้โทษใครโทษแต่ตัวเอง ถ้าเรารอบคอบมากพอก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้” น.ส.พรนภากล่าว


