หน้าแรก ภูมิภาค หล่มสักวิกฤต!...

หล่มสักวิกฤต! พนังกั้นน้ำสวนดงตาลแตก มวลน้ำป่าสักทะลักท่วมเทศบาลฯ เขตเศรษฐกิจเริ่มอ่วม

20.09.25 | 14:39 น.

หล่มสักวิกฤต! พนังกั้นน้ำสวนดงตาลแตก มวลน้ำป่าสักทะลักท่วมเทศบาลฯ เขตเศรษฐกิจเริ่มอ่วม


วันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเขต อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังมวลน้ำจาก อ.หล่มเก่า ได้ไหลเข้าสู่เขตพื้นที่ อ.หล่มสัก และมีน้ำจากเขาน้ำหนาวและลำน้ำพุงไหลเข้ามาสมทบ ปรากฏว่าพื้นที่หลายตำบลที่มีชุมชนตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก ได้เร่งระดมเสริมแนวป้องกันเพื่อสกัดไม่ให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะเทศบาลเมืองหล่มสักที่ได้วางแนวป้องกันเต็มกำลังบริเวณผนังกั้นน้ำสวนดงตาล จนสามารถป้องกันน้ำล้นตลิ่ง แม้ระดับน้ำจะสูงกว่าตลิ่งราว 1 เมตรก็ตาม

กระทั่งเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน สถานการณ์ในเขตชุมชนเศรษฐกิจเทศบาลเมืองหล่มสักเข้าสู่จุดวิกฤต เมื่อพนังกั้นน้ำบริเวณสวนดงตาลไม่สามารถต้านทานแรงกระแทกจากมวลน้ำแม่น้ำป่าสักที่ไหลเชี่ยวกรากได้ จนพังทลายออกเป็นช่องยาวประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนชั้นในทันที ถนนสายหลัก อาทิ ถนนวจี ถนนพิทักษ์ ฯลฯ ถูกน้ำท่วมฉับพลัน

Advertisement

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าภายในชุมชนเศรษฐกิจ ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน รวมถึงสถานที่ราชการ เช่น สำนักงานเทศบาล ที่เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ไปจอดในพื้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย

ล่าสุด นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก และนายกิตติ พั้วช่วย นายกเทศมนตรีเมืองหล่มสัก ได้ลงพื้นที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์โดยเร่งด่วน โดยใช้รถเครนขนาดใหญ่ขนแท่งแบริเออร์มาวางสกัดกั้นมวลน้ำที่ทะลักออกจากช่องพนังกั้นน้ำที่แตก อย่างไรก็ตาม กระแสน้ำที่ไหลทะลักอย่างรุนแรงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก ระบุว่าสาเหตุหลักที่ทำให้พนังกั้นน้ำแตก เนื่องจากปริมาณน้ำมีมากเกินกำลังรับ รวมทั้งพนังกั้นน้ำบริเวณสวนดงตาลต้องเผชิญแรงปะทะจากมวลน้ำติดต่อกันหลายระลอก จึงอาจรับไม่ไหว ซึ่งทางเทศบาลกำลังเร่งเสริมความแข็งแรงและยกระดับความสูงขึ้น

“ขณะนี้ผมและนายกเทศมนตรีอยู่ในพื้นที่หน้างาน พยายามเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยใช้รถบรรทุกและรถเครนขนแบริเออร์สกัดกั้นมวลน้ำที่ทะลักออกมา ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต หากปิดจุดนี้ไม่ได้ สถานการณ์น้ำท่วมอาจรุนแรงกว่าระลอกแรก” นายภาคภูมิ กล่าว พร้อมระบุว่า ขณะนี้มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เกือบทั้งหมดแล้ว