หล่มสักเร่งกู้สถานการณ์ ระดมกำลังวางแบริเออร์–บิ๊กแบ็ก หลังพนังกั้นน้ำแตก ชะลอมวลน้ำเข้าชุมชน
วันที่ 20 กันยายน นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์พนังกั้นน้ำบริเวณสวนดงตาล จนทำให้สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากมวลน้ำแม่น้ำป่าสักไหลทะลัก และกระจายเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลเมืองหล่มสักว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งกู้สถานการณ์
โดยล่าสุดรถเครนกำลังวางแบริเออร์ เพื่อปิดบริเวณจุดที่พนังกั้นน้ำแตก ขณะเดียวกันได้รับการประสานจากผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ จัดส่งบิ๊กแบ็กจำนวนราว 300 ใบ มาช่วยปิดรอยรั่วซึมและเสริมความมั่นคงให้กับแบริเออร์อีกชั้น
“หลังจากวางแบริเออร์แล้ว ก็จะวางบิ๊กแบ็กอีกชั้น เพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรง แม้ไม่ได้คาดหวังว่าแบริเออร์และบิ๊กแบ็กจะสกัดกั้นน้ำที่ไหลทะลักออกมาได้แบบ 100% ก็ตาม เพียงแต่ให้ชะลอน้ำที่ไหลทะลักเข้าไปท่วมในชุมชนชั้นในหรือพื้นที่เศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด” นายภาคภูมิกล่าว

นายอำเภอหล่มสักยังกล่าวถึงการกู้วิกฤตจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ว่า ขณะนี้ดำเนินการไปได้ราว 30-40 เปอร์เซ็นต์แล้ว และพยายามเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันกระแสน้ำไหลแรงมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงานทั้งเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่ามีโอกาสที่พนังกั้นน้ำจะแตกเพิ่มอีกหรือไม่ นายภาคภูมิกล่าวว่า ประเด็นนี้ได้คำนึงถึงแล้ว และเตรียมทีมงานสำรวจเพื่อวางแบริเออร์หรือบิ๊กแบ็กเสริมหรือหนุนพนังกั้นน้ำตลอดแนวไว้อีกชั้น
ในขณะที่นายศรันยู มีทองคำผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งติดตามสถานการณ์ผนังกั้นน้ำสวนดงตาลแตก กล่าวว่า ขณะนี้หลายฝ่ายได้ระดมสนับสนุนถุงบิ๊กแบ็กและทราย รวมทั้งเครื่องจักร เข้าช่วยแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะถุงบิ๊กแบ็กมีราว 500 ลูกแล้ว คาดว่าน่าจะเพียงพอ
นายศรันยูยังกล่าวถึงกรณีที่ประชาชนในพื้นที่มีข้อกังวลเกรงพนังกั้นน้ำอาจจะแตกเพิ่มว่า ก็มีโอกาส เพราะแนวพนังกั้นน้ำที่แตกโดนน้ำกัดเซาะมาหลายรอยแล้ว แต่ก็มีบิ๊กแบ็กสำรองไว้ นอกจากนี้สถานการณ์ปัจจุบันปริมาณน้ำแม่น้ำป่าสักเริ่มทรงตัว และแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ คาดว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายลง แต่ที่ต้องเฝ้าระวังคือพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งจะต้องเตรียมรับสถานการณ์ต่อไป


