จับหนุ่มปากีฯ หื่น ลวนลามสาวออทิสติกวัย 18 ในหอพัก ซ้ำโป๊ะแอบลักลอบเข้าปท.
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 กันยายน ขณะที่ ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สินธ์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง มีเหตุชายชาวต่างชาติกระทำอนาจารผู้หญิง ที่หน้าห้องพักในหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยขันติรักษ์ ถนนนิตโย เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงประสาน ร.ต.ต ปรีดา มิสาธรรม รอง สว.ตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี นำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นหอพัก 2 ชั้น 2 อาคารหันหน้าเข้าหากัน พบ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาวอุดรธานี ซึ่งเป็นเด็กออทิสติก เล่าว่า เช่าห้องพักอาศัยอยู่กับแม่ แต่แม่ไปทำงานที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ปล่อยให้ น.ส.เอ อยู่ห้องพักตามลำพัง ก่อนเกิดเหตุ ได้มี ชายต่างชาติ ไม่ทราบชื่อ มาเช่าห้องพักอยู่ห้องตรงข้ามกับห้องตน ซึ่งเวลาแม่ไม่อยู่ผู้ชายมักจะมองตน จึงได้เล่าให้แม่ฟัง แม่บอกให้ตนถ่ายคลิปเอาไว้ และมาวันนี้ ขณะที่ตนอยู่ในห้องคนเดียว ชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าเคาะประตูห้อง มาถามหาร้านซักผ้า พอเปิดประตูก็เข้ามากอด โอบเอว พนยายามจะกระทำการลูบอวัยวะเพศ ด้วยความตกใจ ก็เลยถอยหนีกลับเข้าไปในห้อง ผู้ชายยังตามมาชักชวนตนเข้าไปในห้องของเขาด้วย แต่ตนไม่ไป และโทรบอกพี่คนดูแลหอพัก
ส่วน น.ส.โบว์ อายุ 35 ปี ผู้ดูแลหอพัก เล่าว่า ผู้ชายคนนี้มาเช่าอยู่หอพักยังไม่ถึงเดือน มากับแฟนสาวชาวอุดรธานี แฟนมีอาชีพขายน้ำปั่นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ส่วนน้องเออยู่กับแม่ น้องโทรไปหาตน เล่าว่า ผู้ชายห้องตรงข้าม มีท่าทีคุกคามทางเพศ ตามที่สังเกตตนจะเห็นเขาจะยืนมองห้องน้องตลอด เวลาที่น้องอยู่คนเดียว และอีกอย่างน้องเป็นเด็กออทิสติกด้วย เมื่อคืนนี้ตนมาที่หอพัก ก็เห็นผู้ชายทำท่ากวาดห้องพัก แต่น้องเอมายืนอยู่หน้าหอพักรอตน โดยน้องโทรหาตนไม่รู้ว่าลืมกุญแจหรืออยากให้ตนมา แต่คิดว่าน้องคงกลัว และวันนี้น้องเอก็โทรหาตนอีก บอกว่าโดนลวนลาม ตนก็เลยถามว่าเขาแค่มองเฉยๆ หรือไม่ แต่น้องเอกลัวมากจนพูดโทรศัพท์แทบจะไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว น้องบอกว่าเขามามองมาเคาะห้องและชวนไปห้องของเขา
ร.ต.ต ปรีดา มิสาธรรม รอง สว.ตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี เปิดเผยว่า ชายชาวต่างชาติ อ้างว่าชื่อ นายอาเหม็ด วากา อายุ 32 ปี ชาวปากีสถาน ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำอนาจาร น.ส.เอ แต่อย่างใด โดยเช่าห้องพักอยู่ห้องกับแฟนสาวชาวไทย ตอนนี้แฟนสาวไปขายผลไม้ และพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางอยู่กับแฟนสาว ตำรวจจึงโทรหาผู้หญิงที่นายอาเหม็ดอ้างว่าเป็นแฟนสาวชาวไทย ซึ่งหญิงคนดังกล่าวกลับปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นแฟนกับนายอาเหม็ด เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น และพาไปเช่าห้องพักที่หอพักแห่งหนึ่ง อีกทั้งหนังสือเดินทางก็ไม่ได้อยู่กับแฟนสาวด้วย
ร.ต.ต.ปรีดา จึงได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอุดรธานี ตรวจสอบประวัตินายอาเหม็ด ปรากฏว่า เมื่อ 2 ปีก่อน นายอาเหม็ด เคยเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย และได้เดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย และหลังจากนั้นก็ไม่มีประวัติการเดินทางมาประเทศไทยอีก คาดว่านายอาเหม็ดจะลักลอบเข้ามาเมืองไทยทางช่องทางธรรมชาติ และไม่กลับออกไปอีกเลย ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือหลบหนีเข้าเมือง” นำส่ง พ.ต.ต.รุ่งศักดา ประเสริฐ สว.(สอบสวน ) สภ.เมืองอุดรธานี ส่วนข้อหา “กระทำอนาจาร” ให้พนักงานสอบสวน สอบผู้เสียหาย และดำเนินคดีกับนายอาเหม็ดตามกฎหมายต่อไป

