หน้าแรก ภูมิภาค รถขนแรงงานเถื...

รถขนแรงงานเถื่อน เสียหลักชนแบริเออร์ ตกร่องกลางถนน ดับ 2 เจ็บ 7

22.09.25 | 08:25 น.

รถขนแรงงานเถื่อน เสียหลักชนแบริเออร์ ตกร่องกลางถนน ดับ 2 เจ็บ 7

เมื่อเวลา 05.30น. วันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.สุธน จิตตภูมิ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนแท่นแบริเออร์ตกร่องกลางชนเสาป้ายบอกทาง ที่เกิดเหตุถนนราชพฤกษ์-ปทุมธานี มุ่งหน้าปทุมธานีก่อนลงถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ต.บ้านฉาง อ.เมืองปทุมธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายรายติดภายในยานพาหนะ หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยตำรวจจราจร อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์


ที่เกิดเหตุเป็นทางแยกและไฟฟ้าส่องสว่างดับมืด บริเวณร่องกลางถนนพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอินโนว่า สีดำทะเบียนสมุทรปราการ ตกร่องกลางระบายน้ำ หน้ารถชนเสาป้ายบอกทางได้รับความเสียหายพังยับเยิน รอบตัวรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 9 รายเป็นชาย 7 รายหญิง 2 ราย มีผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าที่ร่างกายถูกอัดก๊อปปี้ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างให้ความช่วยเหลือออกมาได้ก่อนนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 6 รายหญิง 1 ราย ส่งร.พ.ปทุมธานี และมีผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ชาย 1 รายและหญิง 1 ราย ทั้งหมดไม่พบเอกสารที่ทางราชการออกให้ติดตัว

สอบถามเบื้องต้นทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา ในห้องโดยสารรถยนต์ยังพบกระเป๋าเป้ภายในมีเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว คาดว่าเป็นแรงงานเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สันนิษฐานว่าผู้ขับขี่หลับในเพราะเป็นเส้นทางยาวและผิวทางมืด

Advertisement

ทางด้านนายชัยนาท (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พลเมืองดี เปิดเผยว่า ตนขับรถออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปซื้อของที่ตลาดในเขตเมืองปทุมธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์คันเกิดเหตุเกิดอุบัติเหตุแล้ว มีผู้ได้รับบาดเจ็บตะเกียกตะกายออกจากบานพาหนะ ตนจึงถอยรถมาเพื่อเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินและแจ้งตำรวจเพื่อประสานกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ด้านพ.ต.ท.สุธน จิตตภูมิ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานและจะได้หาร่ามร่วมสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บและหู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุมาสอบปากคำ ว่าที่มาที่ไปของแรงงานถูกต้องหรือไม่พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป