หน้าแรก ภูมิภาค นาข้าวกว่า 4 ...

นาข้าวกว่า 4 หมื่นไร่ เน่าตายทำน้ำเสีย ส่งกลิ่นเหม็นหวั่นกระทบผลิตน้ำประปา หวั่นพายุรอบใหม่ซ้ำอีก

22.09.25 | 12:00 น.

นาข้าวกว่า 4 หมื่นไร่ เน่าตายทำน้ำเสีย ส่งกลิ่นเหม็นหวั่นกระทบผลิตน้ำประปา หวั่นพายุรอบใหม่ทำกระทบอีก

ยังต้องเร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร-เขื่อนอ่างเก็บน้ำที่ล้นเกินความจุแล้วกว่า 2 แห่ง และในส่วนอ่างเก็บน้ำที่ใกล้เกินความจุดที่มีทั้งหมดในพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมืออิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นรากาซา ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบเกิดฝนตกหนักสุดในรอบปีนี้ เสี่ยงเกิดน้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ภาคอีสานและ จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่ช่วงหลังวันที่ 24 กันยายนนี้ ยาวไปจนถึงต้นเดือน ต.ค.นี้อีกด้วย ด้านพื้นที่การเกษตรนาข้าวขณะนี้ที่ถูกน้ำท่วมขังมานานกว่าสัปดาห์รวมกว่า 4 หมื่นไร่ คาดได้รับความเสียหายในขณะนี้อีกไม่น้อยกว่า 1.3 หมื่นไร่ เกิดปัญหาข้าวเน่าตายเกิดน้ำเสียไหลเกลื่อน ชาวบ้านทุกข์หนักส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว-กระทบระบบแหล่งน้ำผลิตประปา น้ำใช้อุปโภค-บริโภค ในรอยต่อพื้นที่อีกหลายตำบลได้อีกด้วย วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบหาแนวทางป้องกันอีกทางด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ จ.ชัยภูมิ สถานการณ์ฝนตกสะสมในพื้นที่มาต่อเนื่องจนเกิดน้ำหลากท่วมในหลายพื้นที่กว่า 6 อำเภอ ในตลอดช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในเขต อ.บำเหน็จณรงค์,อ.จัตุรัส,อ.เนินสง่า,อ.เมืองชัยภูมิ บางส่วนในพื้นที่ตำบลรอบนอกรอยต่อเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ,อ.บ้านเขว้า และ อ.คอนสาร มีพื้นที่การเกษตรนาข้าวถูกน้ำท่วมร่วมกว่า 40,000 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะมีพื้นที่การเกษตรนาข้าวถูกน้ำท่วมเน่าเสียในขณะนี้อีกไม่น้อยกว่า 13,000 ไร่ ใน 31 ตำบล 195 หมู่บ้าน

ซึ่ง นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ สั่งระดมทุกหน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันกำจัดวัชพืชขวางทางน้ำเปิดทางเร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ เพื่อช่วยลดความเสียหายในพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในขณะนี้อย่างต่อเนื่อง

Advertisement

นอกจากนี้เขื่อนขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีในพื้นที่รวม14 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิขณะนี้ปริมาณน้ำใกล้เต็มหลายแห่งรวมมีปริมาณน้ำที่มีในเขื่อนทั้งหมดขณะนี้รวมสูงกว่า 80% และมีแหล่งเก็บน้ำเกินความจุกว่า 2 แห่ง ในอ่างเก็บน้ำลำคันฉู อ.บำเหน็จณรงค์ สูงกว่า 114% และเขื่อนลำปะทาวตอนล่าง ในเขตรอยต่อ อ.เมืองชัยภูมิและ อ.แก้งคร้อ เกินความจุกว่า 104% ที่ต้องระบายน้ำผ่านตัวเมืองโซนเศรษฐกิจให้ไหลลงสูงลำชีเพื่อลดระดับน้ำล้นอ่างฯให้ได้โดยเร็ว

เพื่อเตรียมรับมืออิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นรากาซา ที่ทางกรมอุตุนิยม คาดว่าจะส่งผลกระทบมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงเกิดน้ำป่าหลากดินโลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลันหนักต่อเนื่องอีกระลอกใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และ จ.ชัยภูมิ ในช่วงตั้งแต่หลังวันที่ 24 ก.ย.68 เป็นต้นไปยาวไปจนถึงต้นเดือน ต.ค.นี้ด้วย ซึ่งในช่วงจากนี้ไปทางจังหวัดชัยภูมิ ได้แจ้งเตือนประชาชนในทุกพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดจากทางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง หากมีการแจ้งเตือนก็ขอให้มีการเตรียมพร้อมอพยพขนสิ่งขึ้นมีค่าขึ้นสู่ที่สูงได้ทันที หากมีการแจ้งเตือนเร่งด่วนจากทางจังหวัดออกไปในช่วงนี้ด้วย

ซึ่งอีกด้านในส่วนพื้นที่การเกษตรหลังมีท่วมนาข้าวมานานนับสัปดาห์แล้ว ล่าสุดพบว่ามีนาข้าวชาวบ้านตามริมถนนที่มีน้ำท่วมขังเป็นแอ่ง ทำให้ต้นข้าวและวัชพืชในนาข้าวเริ่มเน่าตายเกิดน้ำเสียในบริเวณดังกล่าวส่งผลให้สัตว์น้ำเริ่มทยอยตายส่งกลิ่นเหม็นเกิดมวลน้ำเสียสีดำไหลลงตามคลองน้ำเป็นจำนวนมาก และชาวบ้านในพื้นที่ อ.บำเหน็จณรงค์ ที่อาศัยอยู่บริเวณ 2 ฝั่งถนนสาย 205 คำปิง-เทพสถิต ได้รับผลกระทบหนัก ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

โดย นาย สายสัมพันธ์ วงศ์สว่าง อายุ 53 ปี ชาวบ้านหัวสระ ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า หลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมเมื่อประมาณกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังระดับน้ำเริ่มลดลงบางส่วนยังได้เกิดน้ำท่วมขังตามนาข้าวในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณสองฝั่งทาง ตามริมถนนสาย 205 คำปิง-เทพสถิต โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศตะวันตก ติดกับร้านพรชัยการไฟฟ้า บ้านคำปิง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิทั้ง 2 ฝั่งทางที่มีน้ำป่าหลากลงมาท่วมถนนจุดนี้สูงยาวกว่า 500-700 เมตร ในตลอดช่วงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

จนขณะนี้พบว่ามีนาข้าวและวัชพืช กว่า 500 ไร่ ทั้ง 2 ข้าง เริ่มเน่าตาย เป็นบริเวณกว้าง มีหอยจำนวนมากลอยตายเกลื่อนพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย มีสีดำไหลลงมาตามริมถนนและลำคลองในละแวกนี้จำนวนมาก เริ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถผ่านไป-มา และผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งถนนดังกล่าว จึงขอฝากให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วยลงมาทำการตรวจสอบคุณภาพของน้ำเน่าเสีย ว่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ โดยมีน้ำเสียไหลเข้าบ่อหรือสระน้ำ ที่ชาวบ้านใช้ผลิตน้ำประปาในการอุปโภค-บริโภค ในหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงอีกจำนวนมาก หากไม่รีบแก้ไขน้ำเน่าเสียในขณะนี้ได้ อาจทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมระบบน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ รอยต่ออีกหลายตำบลอำเภอใกล้เคียงที่อยู่ติดกับพื้นที่ของ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เกิดเสียหายไปมากกว่านี้ด้วย