ชุมชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เร่งเสริมคันดินเพิ่มอีก 1 ม. รับมือพายุรากาซา
เมื่อวันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาใน จ.ชัยนาท มีบ้านเรือนของประชาชน ที่ถูกน้ำท่วมคือ อ.สรรพยา ทั้งหมด 3 ตำบล คือ ต.ตลุก ต.หาดอาษา และ ต.โพนางดำออก รวมบ้านเรือนถูกน้ำท่วมจำนวนกว่า 200 หลังคาเรือน โดยที่ ม.1 ต.ตะหลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำที่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ 15-100 ซม. จุดที่อยู่นอกคันกั้นน้ำถูกน้ำท่วมมาแล้วนานนับเดือน ทำให้เริ่มเจอกับปัญหาน้ำเน่าเสียเปลี่ยนเป็นสีเขียวขุ่นและสีดำส่งกลิ่นเห็น และยุงแมลงเริ่มมากขึ้นสร้างความเดือดร้อน
โดยที่บริเวณชุมชนวัดมะปราง ต.โพนางดำออก ทางเทศบาลโพนางดำออก เร่งนำดินมาเสริมความสูงคันกั้นน้ำความยาว 1ก.ม. ขึ้นอีก 1 เมตร เพื่อรองรับระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของพายุรากาซา ที่จะทำให้มีฝนตกหนักระหว่างวันนี้ไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม ที่คาดว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะมีการปรับเพิ่มการระบายขึ้นจากเดิมที่ระบายอยู่ในอัตรา 2,200 ลบ.ม./วิ จากมวลน้ำที่ไหลหลากลงสู่ภาคกลางที่มีมากขึ้น ซึ่งระดับน้ำอาจจะยกตัวขึ้นอีกอย่างน้อย 50 ซม. ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันโบราณสถานสำคัญอย่างวัดมะปรางและชุมชนโดยรอบ ที่มีบ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน ซึ่งคาดว่าคันดินที่เสริมขึ้นมาจะสามารถรองรับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาไปได้ถึง 2,500 ลบ.ม./วิ

ด้านสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดพบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา เริ่มกลับมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยที่จุดวัดน้ำC2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 2,312 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนล่าสุดวัดได้ 15.60 ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้คงอัตราการระบายน้ำไว้ที่เกณฑ์ 2,200 ลบ.ม./วิ เป็นวันที่ 5 เพื่อให้สอดรับกับปริมาณน้ำเหนือ และสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำ รองรับรับมวลน้ำจากทางตอนบนของประเทศจากฝนตกหนัก 22 ก.ย.-1 ต.ค.ที่จะเกิดจากอิทธิพลของพายุรากาซา และลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนที่กำลังถูกน้ำท่วมสูง โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวในรอบ 1 สัปดาห์ วัดได้ 15.23 ม.รทก. จากปัจจัยเสริมน้ำทะเลหนุนสูงที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา

