โคราช พบโครงกระดูกมนุษย์ในร่องน้ำลึก กว่า 3 เมตร คาดอายุกว่า 1,500 ปี
เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายสมชัย หยุดกระโทก อดีตกำนันตำบลโคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมชาวบ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงกระดูกที่คาดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ซึ่งอยู่ภายในร่องน้ำริมถนนลูกรังที่ตัดผ่านไร่มันสำปะหลังและไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน บริเวณแนวรอยต่อของบ้านไร่แหลมทอง ต.ลำเพียก และบ้านใหม่ไชยมงคล ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

โดยจุดที่ดังกล่าวเป็นร่องน้ำสูงกว่า 3 เมตร ที่มีร่องรอยถูกน้ำหลากเซาะ พบโครงกระดูกคาดว่าน่าจะเป็นช่วงขา ยาวขึ้นไปถึงกระดูกสันหลัง ค่อนข้างสมบูรณ์ มองเห็นเป็นรูปร่างของสรีระมนุษย์ หันหัวไปทางทิศตะวันตก นอกจากนี้ ยังพบเศษกะโหลกศีรษะจำนวนหนึ่งถูกกระแสน้ำพัดอยู่ภายในร่องน้ำ ห่างออกไปอีกประมาณ 20 เมตร และยังพบหินที่มีลักษณะถูกฝนจนคมกริบ คล้ายกับใบขวาน อีก 3 อัน จึงเก็บเอาไว้และเตรียมที่จะแจ้งไปยังหน่วยงานราชการของ อ.ครบุรี ให้เข้ามาตรวจสอบ

ซึ่งนายสมชัย หยุดกระโทก อดีตกำนันตำบลโคกกระชาย บอกว่า “บริเวณจุดที่พบโครงกระดูก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกของมนุษย์โบราณในครั้งนี้ เป็นจุดที่อยู่ติดกับจุดที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณมาแล้ว และทำการเก็บกู้โดยทางกรมศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เพียงแค่อยู่คนละฝั่งถนนกั้นเท่านั้น ทำให้สันนิษฐานได้ว่า น่าจะเป็นโครงกระดูกโบราณร่วมสมัยกันกับที่เคยมีการตรวจสอบก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม จะได้แจ้งไปยังอำเภอเพื่อให้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาทำการตรวจสอบและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ชาวบ้าน อ.ครบุรี ได้พบชิ้นส่วนโครงกระดูกอยู่ภายในร่องน้ำบริเวณดังกล่าว หลังจากที่เกิดฝนตกหนักและมีน้ำหลากเซาะร่องน้ำรุนแรง จากนั้นได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ให้เข้ามาทำการเก็บกู้ไปตรวจสอบ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ซึ่งผลการเก็บกู้และตรวจสอบในครั้งนั้น ได้เก็บกู้เอาโครงกระดูกไป 1 โครง ที่ตรวจสอบแล้วคาดว่าน่าจะเป็นเพศชาย มีส่วนสูงประมาณ 168 เซนติเมตร พร้อมภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา โดยคาดว่าจะเป็นของอุทิศให้กับศพ อีกจำนวน 5 ใบ
และในครั้งนั้นยังพบหลักฐานทางโบราณคดี อย่างเช่น กระสุนดินเผา ขวานหินขัด ตะกรันโลหะ และภาชนะดินเผา กับชิ้นส่วนภาชนะดินเผา กระจายอยู่ทั่วบริเวณ เมื่อพิจารณาร่วมกับลักษณะภูมิประเทศในแถบนี้ที่เป็นที่ราบติดกับเทือกเขา จึงสันนิษฐานว่า มนุษย์โบราณในแถบนี้ นอกจากจะดำรงชีวิตด้วยเกษตรกรรมแล้ว ยังหาของป่า-ล่าสัตว์ในป่าหลังบ้านของพวกเขา
โดยมีกระสุนดินเผาสำหรับยิงสัตว์ และขวานหินขัดสำหรับแล่เนื้อ ส่วนตะกรันโลหะที่พบ นักโบราณคดีตั้งข้อสันนิษฐานว่า มนุษย์โบราณในพื้นที่บ้านไร่แหลมทองพัฒนาแห่งนี้ รู้จักการถลุงโลหะอีกด้วย ซึ่งจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบจึงกำหนดอายุร่องรอยของมนุษย์โบราณที่พบในครั้งนี้อยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือ 2,500-1,500 ปีมาแล้ว ด้วยข้อจำกัดของการพบหลักฐานด้วยความบังเอิญ จึงไม่สามารถชี้ชัดอายุสมัยที่ชัดเจนได้

