หน้าแรก ภูมิภาค รวบไกด์เถื่อน...

รวบไกด์เถื่อนต่างชาติ ทำทัวร์ขี่จยย.ไฟฟ้าบนเกาะพะงัน ยึดของกลางนับล้านบาท

23.09.25 | 11:25 น.
ทัวร์ขี่จยย.ไฟฟ้า

รวบไกด์เถื่อนต่างชาติ ทำทัวร์ขี่จยย.ไฟฟ้าบนเกาะพะงัน ยึดของกลางนับล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน นำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 เข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีชาวต่างชาติลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนน

จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุม นายเพ เพียว อัง (Mr.Pyae Phyo Aung) อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ขณะนำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 คน เที่ยวชมพื้นที่ โดยได้แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”

ในระหว่างการจับกุม นายโรมัน คริสเตียน เจนเคอ (Mr.Roman Christian Jenke) อายุ 33 ปี สัญชาติเยอรมัน ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและแสดงตัวเป็นนายจ้างของนายเพ เพียว อัง พร้อมยอมรับว่าได้ว่าจ้างนายเพ เพียว อัง เป็นมัคคุเทศก์ โดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายวันและเงินพิเศษ (ทิป) และเปิดบริษัทนำเที่ยวชื่อในชื่อ บริษัท เดิร์ท อี-ไบค์ จำกัด มาเป็นเวลา 6 เดือน โดยโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ และคิดค่าบริการ 2,000 บาทต่อชั่วโมงต่อคน

Advertisement

จากการตรวจสอบเอกสาร เจ้าหน้าที่พบว่าบริษัทดังกล่าวมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เกาะสมุย แต่ไม่ได้ขออนุญาตเปิดสาขาในพื้นที่เกาะพะงันแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อนายโรมัน ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต และเป็นนายจ้างจ้างบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกรรมการบริษัท เดิร์ท อี-ไบค์ จำกัด ในความผิดฐาน “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่มีใบอนุญาตสาขา” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดี และได้ยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมูลค่านับล้านบาท

พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว ได้กล่าวเน้นย้ำว่า อาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น จึงขอให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว