อธิบดีกรมการปกครอง ลงพื้นที่ อ.ฝาง กำชับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ ปชช.ที่มายื่นขอสถานะฯ เต็มที่ หลังมีชาวบ้านร้องถูกเรียกส่วยหัวละ 4,000 บาท ด้าน นอภ.ฝาง เผย ผู้ใหญ่ที่ถูกร้องชิงยื่นหนังสือลาออกแล้ว ยืนยันการสอบสวนวินัยยังเดินหน้าต่อ
เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่สำนักทะเบียน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการขอสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักร ตามมติ ครม. 29 ต.ค.67 โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ว่าที่ ร.ต.นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝางให้การต้อนรับ
อธิบดีกรมการปกครองได้สอบถามถึงอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่ระบุว่าสถานที่มีความคับแคบไม่เพียงพอรองรับประชาชนที่มารับบริการจำนวนมาก กำลังเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอทำให้ประชาชนต้องใช้เวลารอนาน เบื้องต้นทางอำเภอได้แก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มอุปกรณ์ในการทำงาน จ้างคนทำงานเพิ่ม และจัดคิวให้บริการวันละ 100 คน ล่าสุด ผ่านมาแล้วกว่า 3 เดือน ดำเนินการแล้วเสร็จไปประมาณ 8,200 คน คาดว่าอีกประมาณ 9 เดือน จะสามารถดำเนินการครบทั้งหมด 22,993 คน

จากนั้น อธิบดีกรมการปกครองได้ประชุมมอบนโยบายแก่นายอำเภอ ทั้ง 5 อำเภอ คือ ฝาง แม่อาย ไชยปราการ เวียงแหง และเชียงดาว พร้อมกับนายอำเภอและผู้ปฏิบัติงานอีก 20 อำเภอ ผ่านระบบ DOPA Channel โดยอธิบดีกรมการปกครองได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่าหงุดหงิด อย่าพูดจาไม่ดีกับประชาชน และอย่าให้เกิดช่องว่างในการดำเนินงานใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกำชับให้นายอำเภอกำกับดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ทำตามกฎระเบียบอย่างเข้มข้น
ส่วนระยะเวลาในการเปิดให้ยื่นขอสถานะบุคคลฯ ที่มีการกล่าวอ้างว่า ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.68 นี้ ทางอำเภอต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนว่า สามารถยื่นขอสถานะได้ถึงวันที่ 29 เม.ย.69 และหากไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางอำเภอต้องยื่นหนังสือต่อสำนักทะเบียนเพื่อขอยืดเวลาดำเนินการออกไป

ว่าที่ ร.ต.นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีผู้ใหญ่บ้าน บ้านเหมืองแร่ ต.แม่คะ อ.ฝาง ถูกร้องเรียนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์การยื่นขอสถานะบุคคลฯ จากชาวบ้านในพื้นที่หัวละ 4,000 บาท ว่าหลังผู้ว่าฯเชียงใหม่ มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัย และอำเภอก็มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุด วานนี้ ( 22 ก.ย.) ผู้ใหญ่บ้านรายนี้ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง และตนเองก็ได้เซ็นอนุมัติไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ แม้ผู้ใหญ่บ้านยื่นหนังสือลาออก แต่กระบวนการสอบสวนยังเดินหน้าต่อไป ข้อดีหลังผู้ใหญ่บ้านลาออกทำให้ชาวบ้านในพื้นที่คลายความกังวลใจ และมีโอกาสเลือกผู้ใหญ่บ้านคนใหม่เพื่อเป็นตัวแทนมาทำงาน โดยปลัดอำเภอฝางจะลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งชาวบ้านในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) และเปิดรับสมัครวันที่ 25-27 ก.ย. เปิดรับสมัคร และกำหนดวันเลือกผู้ใหญ่บ้านในวันที่ 15 ต.ค.
“หากผลสอบผู้ใหญ่บ้านกระทำความผิดตามที่มีการร้องเรียนจริง ก็จะถูกดำเนินการตามวินัยอย่างเด็ดขาด รวมทั้งถูกตัดสิทธิในการลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน หรือตำแหน่งอื่นๆ ของทางราชการ ส่วนทางอาญาก็ได้แจ้งให้ผู้ร้องไปแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจแล้ว” ว่าที่ ร.ต.นพรัตน์กล่าว


