ระทึก ผู้ต้องหาหนีคดีฆ่า 11 ปี เปิดฉากยิงหลังถูกล้อมจับ เจอตร.ยิงสวน คากระท่อมสวนเงาะ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.หนองบัวลำภู ที่โรงพยาบาลอำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นากลาง ได้ควบคุมตัว นายบุญตา (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ชาว ต.กุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ผู้ต้องหาคดีร่วมกันพยายามฆ่าฯ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ของ ตำรวจ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ได้ หนีหมายศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ซึ่งคดีดังกล่าวมี อายุความ 20 ปี
ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.นากลาง ได้รับแจ้งจากสายสืบว่า นายบุญตา ได้ย้อนกลับมา หลบทำงานอยู่ที่สวนเงาะของน้องสาวด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ที่บริเวณสวนซำหัวช้าง บ้านสนามชัย หมู่ที่ 6 ต.กุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จึงได้ทำการวางแผนเข้าจับกุม แต่ถูกผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนมาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน และเจ้าหน้าที่ได้ยิงสวนไป จนทำให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่และท้อง กำลังจะนำตัวจากโรงพยาบาลนากลาง ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัดหนองบัวลำภู โดย มีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ขึ้นรถควบคุมตัวมาส่ง โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ซึ่งได้มี นางมณฑา (สงวนนามสกุล) อายุ 70 กว่าปี ผู้เป็นแม่พร้อมด้วยญาติพี่น้องมาดูอาการบาดเจ็บ โดย นางมณฑา ได้ขึ้นเดินทางไปกับรถพยาบาลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยขณะที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปที่กระท่อม ภายในสวนเงาะที่ซำหัวช้างดังกล่าว เมื่อไปถึง พบว่ามีกระท่อมอยู่ 2 หลัง ด้านบนหนึ่งหลังและด้านล่างอีกหนึ่งหลัง จึงแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกระท่อมด้านบน และด้านล่าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบกระท่อมด้านล่าง ที่ฝาด้านข้างตีด้วยไม้ไผ่ ห่าง ๆ ทำให้เห็นว่าด้านในมีคนอยู่ คือ นายบุญตา ผู้ต้องหาหนีคดีรายดังกล่าว

ต่อมา ส.ต.อ.สหภาพ กุลบุตร จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมร้องบอกไปว่า “นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ” เมื่อคนร้ายเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินไปหยิบเอาอาวุธปืนที่อยู่ในตะกร้าผ้าในกระท่อม จากนั้นเปิดประตูกระท่อมพร้อมกับเล็งอาวุธใส่ ส.ต.อ.สหภาพ กุลบุตร ที่ยืนอยู่ห่างจากนายบุญตาฯ ประมาณ 2 เมตร ส่วน ส.ต.อ.สหภาพ ได้ถืออาวุธปืนพกออกมาและเล็งปืนไปทางนายบุญตาเช่นกัน พร้อมออกคำสั่งให้ วางอาวุธปืน และบอกว่าอย่ายิง ๆ แต่ก็ไม่ได้วางอาวุธปืนลงแต่อย่างใด พร้อมทั้งยังได้ใช้อาวุธปืนที่ถืออยู่ ยิงมาที่ ส.ต.อ.สหภาพ กุลบุตร จำนวน 1 นัด จากนั้น ส.ต.อ.สหภาพ ได้ใช้อาวุธปืนพกที่ถือยิงออกไปเพื่อยับยั้งและป้องกันตัว ซึ่งเป็นภัยอันตรายต่อตนเอง จำนวน 2 นัด แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งได้
จากนั้นนายบุญตา ได้วิ่งสวนออกมาและกระโดดออกมาใส่ใช้อาวุธปืนตีที่ศีรษะของ ส.ต.อ.สหภาพ จังหวะที่นายบุญตากระโดดออกมาจึงได้ยิงไปออกไปอีกจำนวน 1 นัด จากนั้นส.ต.อ.สหภาพและนายบุญตา จึงได้ล้มลงที่พื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้กระจายกำลังกันอยู่ จึงเข้าทำการควบคุมตัวคนร้าย และพบว่า มีบาดแผลบริเวณหัวไหล่ขวา จำนวน 1 แผล และช่องท้องฝั่งขวา จำนวน 1 แผล จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และประสานงานรถกู้ชีพมานำตัวผู้ต้องหา เข้ารับการรักษาพยาบาลที่ รพ.นากลาง โดยเร่งด่วน ส่วน ส.ต.อ.สหภาพ กุลบุตร ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนที่บริเวณหน้าแข็ง ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนากลาง เช่นเดียวกัน

จากนั้นทำการตรวจค้นบริเวณกระท่อมที่นายบุญตาพักอาศัยอยู่ พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู พนักงานสอบสวน สภ.นากลาง ผลการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ เช่น อาวุธปืนพกสั้นแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก อยู่ในมือด้านขวาของผู้ต้องหา ขณะเจ้าหน้าที่ฯ เข้าจับกุม อาวุธปืนยาวแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ชนิดประจุเครื่องกระสุนจากปากกระบอก หรือปืนแก๊ปยาว จำนวน 1 กระบอก วางพิงอยู่ที่ผนังของกระท่อมที่เกิดเหตุ

ขณะเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจค้น อาวุธปืนยาวแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ไม่ทราบขนาด จำนวน 1 กระบอก แขวนอยู่ที่ผนังของกระท่อมที่เกิดเหตุ ยาบ้าเม็ดสีแดง 10 เม็ด ระเบิดมือ MP-15-CS ซึ่งเป็นระเบิดควันประเภทสารระคายเคือง (CS SMOKE GRENADE) จำนวน 1 ลูก วางอยู่บนกระท่อมที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ แจ้งข้อกล่าวหาว่า 1. พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ 2. ต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ 3. มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน 5. มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน 6. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ครอบครอง
ทางด้าน นางมฑทา ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 5 คน เสียชีวิตไป 1 คน เหลือ 4 คน นายบุญตา เป็นลูกคนโต เป็นคนที่ช่วยเหลือทำงานเป็นอย่างดี ไปไหนก็ตามแม่ เวลาจะไปไหนมาไหนจะกราบแม่ จะจับเท้าแม่ยกใส่หัวตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่า มาเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า รู้หรือไม่ว่า ลูกชายคนก่อคดีและหนีหมายศาลเป็นเวลาถึง 11 ปี ผู้เป็นแม่บอกว่าก็พอรู้อยู่ ก็ได้บอกว่าอย่าไปทำอย่างนั้นอีกให้เป็นคนดี แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ แล้วก็ยังเคยบอกว่า จะบวชทดแทนบุญคุณแม่ที่เลี้ยงมาตลอดไปจะไม่สึก ซึ่งขณะที่ขึ้นไปบนรถก็ได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ลูกตัวเองจะเป็นอะไรไหมด้วยความเป็นห่วง


