เชื่อมสัมพันธ์50ปีการทูต ไทย-จีน
สื่อเชียงใหม่ ยกขบวนเยือน’ซีอาน’
ยลวัฒนธรรมใหม่ใจกลางปักกิ่ง
ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 นายเฉิน ไห่ผิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมาย นางจาง ย่าจิ้ง กงสุลสาธารณรัฐจีน นำคณะสื่อมวลชนภาคเหนือยกขบวน เดินทางเยือนเมืองซีอาน มณฑลส่านซี และกรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันเนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาทางการทูตของ 2 ประเทศ รวมทั้งถือโอกาสศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
เมืองแรกที่คณะเดินทางไปเยือน “ซีอาน” หรือ “ฉางอัน” ในอดีต เป็นจุดเริ่มต้นทางทิศตะวันออกของเส้นทางสายไหม (Silk Road) ถือเป็นเครือข่ายสำคัญของเส้นทางการค้าโบราณที่เชื่อมโยงจีนกับภูมิภาคเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป จึงเป็นศูนย์กลางการค้าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งบริษัท Shaanxi Automobile Group บริษัทผู้ผลิตรถบรรทุกและยานยนต์รายใหญ่ คือสิ่งบ่งชี้ว่าสามารถผลิตรถยนต์เพื่อใช้ภายในประเทศ 20% และส่งออกสู่ยุโรป 80% กว่า 150 ประเทศหรือ 380,000 คันต่อปี ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยและความลับในการผลิตยานยนต์ทางทหาร การทำงาน 2 ไลน์ผลิตภายในโรงงานมีการประกอบหัวรถบรรทุกเสร็จภายใน 3 นาที หรือ 1 คันในเวลา 6 นาที
เมืองนี้ยังมีศูนย์โลจิสติกส์รถไฟขบวนจีน-ยุโรป ที่ล้ำหน้าไปไกล ติดอันดับ 1 ของโลกภายใน 7 ปี เป็นศูนย์กลางการส่งออกและนำเข้าสินค้า เป็น ‘ท่าเรือบก’ ที่เชื่อมต่อ 187 ประเทศทั่วทุกภาคของโลก เฉพาะครึ่งปีแรก 2025 สามารถขนส่งสินค้า 3,055 ขบวน ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้/ขบวน ร่นระยะเวลาขนส่งสินค้าข้ามจากซีอานไปยังยุโรป ด้วยระยะเวลาเพียง 6-9 วันเท่านั้น

โปรแกรมหนึ่งของโครงการที่อยู่ในความประทับใจ เป็นความทรงจำ คือ การผจญภัยสู่วงล้อมชาวจีนมากกว่า 80,000 คนต่อวัน เพื่อเข้าชม ‘สุสานทหารจิ๋นซี’ หรือ The Terracotta Warriors สุสานใต้ดินของ “จิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิองค์แรกของจีน ในราชวงศ์ฉิน ที่หลอมรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นตราบจนทุกวันนี้ ถือเป็นแหล่งโบราณคดีที่น่าอัศจรรย์ใจมาก หลุมแรก คือ ภาพเหล่าทหารดินเผากว่า 2,000 นายที่ขุดพบ จาก 6,000 กว่านาย ซึ่งได้รับการซ่อมแซมจนคืนสภาพและดูน่าสนใจในความเก่งกล้าของการจัดทัพ โดยเฉพาะ 3 แถวหน้า เป็นหน่วยกล้าตายบุกเข้าโจมตีศัตรูแบบไร้เสื้อเกราะ หลุม 2 และ 3 เป็นระดับแม่ทัพใหญ่ เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการรบที่น่าทึ่ง สุสานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก ในปี 1987 ให้เป็นแหล่งมรดกโลกในฐานะสุสานโบราณอายุมากกว่า 2,000 ปี และจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลก จากการค้นพบโดยบังเอิญของชาวนาที่ขุดพื้นดินเพื่อสร้างบ่อน้ำ เมื่อปี 1974 ก่อนจะมีขุดค้นทำให้พบทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้า และม้าศึก มากกว่า 7,400 ชิ้น พร้อมความประทับใจกับการแสดงโชว์ OMNI CHANG’AN โดย “จาง อี้โหมว” ศิลปินชาวจีนชื่อดังที่สร้างสรรค์การแสดงตีกลองที่เร้าใจ หุ่นไม้ เงาคน และตำนานรูปปั้นดินเผาของเหล่าทหารที่เสมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

National Water Park ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมที่พัก ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตยามเช้าของชาวซีอานที่มาออกกำลังกายกลางสวนที่ร่มรื่น จิบชา รับลมเย็น มีฉาก ‘กำแพงเมือง’ ที่มีคลองน้ำคั่นกลางอันสวยงาม ภาพตรงหน้าคือ การประสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว โดยกำแพงซีอานมีความยาวรวมประมาณ 13.7 กิโลเมตร สูง 12 เมตร และหนากว่า 15 เมตร ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุด สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ในราวปี ค.ศ.1368-1644 เพื่อปกป้องเมืองและประชาชนจากการรุกราน มี 4 ประตู คือ ประตูชางเล่อ ด้านตะวันออก, ประตูอันติ้ง ด้านตะวันตก, ประตูยงหนิง ด้านใต้ ซึ่งเป็นประตูหลัก และประตูอันหยวน ด้านเหนือ
ที่เมืองซีอาน คณะมีโอกาสได้เข้าชมการทำงานของสถานีวิทยุ-โทรทัศน์ ส่านซีหรือ SICC มีตราสัญลักษณ์ ‘เจดีย์ห่านป่าใหญ่’ เครือข่ายรับผิดชอบ TV 9 ช่องประกอบด้วย ภาพยนตร์ ดาวเทียม 2 ช่อง วิทยุ 8 สถานี และ 1 เว็บไซต์ปัจจุบันเน้นการเข้าถึงโลกออนไลน์หรือ News Media กว่า 99% ใน 3 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และ Social Media อาทิ Weibo, TikTok, Twitter, Facebook, CGTN มีผู้ติดตามกว่า 1,200 ล้านคน สร้างรายได้ 150 ล้านหยวนต่อปี และยังมีความร่วมมือกับ 10 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกี่ยวข้องกับเชียงใหม่ คือ สารคดีชุด..จากซีอานสู่สายน้ำปิง ปัจจุบันเริ่มนำ AI เข้ามาช่วยในเรื่องภาพและเสียง กรณีไม่ได้ลงพื้นที่จริง รวมทั้งการอ่านข่าวหน้าเยอรมัน หรือจีนแต่เสียงไทย
นอกจากเจดีย์ห่านป่าใหญ่ สถานที่ซึ่งพระถังซัมจั๋ง ตือโป๊ยก่าย และไซอิ๋ว นำพระไตรปิฎกกลับมาเก็บรักษาแล้ว ซีอาน คือ เมืองแห่ง ‘ต้นทับทิม’ เพราะเป็นผลไม้ที่พระสนมหยางกุ้ยเฟยชอบกิน โดยเฉพาะช่วงนี้ ผลผลิตนอกฤดูกำลังทยอยให้เก็บเกี่ยว มีรสชาติหวานอร่อย ขณะที่อาหารการกินของเมืองนี้ ส่วนใหญ่ผสมด้วยเครื่องเทศและหมาล่า เนื่องจากอยู่ติดกับดินแดนชนเผ่าต่างๆ มีทั้งนำมาปรุงกับเนื้อแกะ แพะ ไก่ และอีกมากมาย รวมทั้ง..โร่วเจียหมัว แฮมเบอร์เกอร์จีนโบราณอาหารพื้นเมืองจากมณฑลส่านซี ซึ่งเป็นแป้งขนมปังปิ้งหอมๆ สอดไส้เนื้อ ไก่ หรือหมูผัดผสมเครื่องเทศรสเข้ม และโรยงา รสชาติแปลกแต่น่าลิ้มลอง
จากนั้นคณะเดินทางเปลี่ยนเมือง ด้วยรถไฟความเร็วสูง จากซีอาน มณฑลส่านซี สู่เมืองหลวง ปักกิ่ง-เปย์จิง ใช้เวลาเดินทางราว 4 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปพบปะ แลกเปลี่ยนการทำงานกับภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา ไชน่ามีเดียกรุ๊ป (CMG) ที่เปิดทำการมาได้กว่า 7 ปี ซึ่งมีพัฒนาการนำเสนอข่าวสารได้อย่างน่าสนใจ ถือเป็นกลุ่มสื่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก อันประกอบไปด้วยสถานีโทรทัศน์กลางของจีน (CCTV, CGTN) สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติจีน (CNR) และสถานีวิทยุกระจายเสียงระหว่างประเทศจีน (CRI) ร่วมลงนามในสัญญากับสถานีต่างๆ และผู้ผลิตคอนเทนต์ใน 140 ประเทศ

นางหาน ซี ผู้อำนวยการภาคภาษาไทย ยกทีมผู้บริหารและพิธีกรรายการมาร่วมพูดคุยกันสนุกสนาน เช่น รายการรู้จีนตามอรัญญา #Ontheway ภาพสวย นำเสนอดี การตัดต่อหน้าสนใจมาก มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคนบน Facebook หรือรายการจับจ้องมองจีน โดย “เยี่ยนจือ” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างสดใสและน่าสนใจสู่สายตาคนไทยทางช่องเนชั่นกรุ๊ป รายการ China Talk กับช่อง 9 อสมท.โดย ชุย อี้เหมิง และเหล่ย เต๋อชิง ที่เจาะลึกเรื่องทุเรียนไทย ทำให้ทราบว่าจีนสั่งนำเข้ากว่า 1.4 ตันต่อปี การันตีความชอบกินทุเรียนของชาวจีนได้เป็นอย่างดี หรือการรายงานข่าววิทยุร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM100 กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กระจายเสียงผ่านวิทยุไปกว่า 44 ภาษา และยังร่วมมือกับ ‘มติชนออนไลน์’ ในแง่ข่าวสารประเด็นสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง โดยมีผู้สื่อข่าวประจำอยู่มากกว่า 63 ประเทศทั่วโลก รายงานเหตุการณ์ผ่านแพลตฟอร์มอินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่เกือบ 4,000 แห่ง
ช่วงท้ายของทริป เป็นกิจกรรมที่สร้างทั้งประทับใจมาก และแรงบันดาลใจ คือ การเดินทางเยี่ยมชมและศึกษาประวัติศาสตร์ ที่ พิพิธภัณฑ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน (Museum of the Communist Party of China) ซึ่ง “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง” ให้จัดสร้างขึ้น และเปิดให้เข้าชมในปี 2021 บริเวณ ชั้น 1 และ 2 จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างวินัยของพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยเฉพาะภาพผู้ปกครองพาลูกหลานมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และเหล่านักเรียนตัวน้อยต่างสนใจเรื่องราวการรวบรวมชาติจนเป็นปึกแผ่นสะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำที่ดีจะนำพาบ้านเมืองไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน แม้จะยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน ดั่งคำกล่าวของ “ประธานเหมา เจ๋อตุง” ที่ว่า “ประเทศจีนเป็นดั่งแสงไฟที่ไม่มีวันดับ” นี่คือ การสืบทอดและส่งผ่านอำนาจด้วยความเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตของผู้นำ หาใช่..เงิน หรือผลประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกเท่านั้น

ส่วนพื้นที่ชั้นที่ 3 สร้างความตื่นตาตื่นใจเหมือนลุยเข้าผจญภัยไปยังเมืองต่างๆ ที่เร่งพัฒนาทั่วทุกภูมิภาคของจีน ลงเรือดำน้ำดิ่งลึกสู่ใต้มหาสมุทร บินไปบนท้องฟ้า และมุ่งหน้าสู่อวกาศ สำรวจดาวเคราะห์ ด้วยระบบ 4D Cinema เรียกว่า ทำ ‘ถึง’ จริง
ที่พลาดไม่ได้ คือ CICG หรือ China International Communications Group องค์กรสื่อของรัฐบาลจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและเรื่องราวเกี่ยวกับจีนสู่สายตาชาวโลก ในหลายภาษา ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์กว่า 3,000 ฉบับต่อปีกว่า 40 ภาษา และเผยแพร่ไปยังกว่า 180 ประเทศทั่วโลก สื่อออนไลน์และสื่อมัลติมีเดียต่างๆ หวังส่งเสริมความเข้าใจระหว่างจีนกับนานาชาติ ซึ่งเป็นการมาเป็นครั้งที่ 2 ในช่วง 2 ปี ตรงตามที่ผู้อำนวยการ ‘หยาง’ บอกว่า ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ยิ่งสนิทกัน ดั่งญาติพี่น้องสนใจเข้าไปดูข่าวสารภาคภาษาไทยได้ที่ FB : China Reports Asean Thailand
การเดินทางของคณะในครั้งนี้ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แม้จะสะดวกสบาย สแกนหน้า ตรวจวัดอุณหภูมิ และกระเป๋าติดตัว แต่ยังต้องกรอกใบเข้าประเทศ และพิมพ์ลายนิ้วมือกับเจ้าหน้าที่ ตม. ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเดินตรวจตราให้เห็นเด่นชัด เพื่อให้ทุกคนกลับถึงที่หมายอย่าง..ปลอดภัย



