ตำรวจท่องเที่ยวลุยจับ 10 ผู้ต้องหา รวบอดีต ‘หน่วยรบพิเศษ’ พ้นคุกคดีฆ่าไม่นาน ผันตัวค้ายาเสพติด
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังเข้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่เกาะพะงัน หลังได้รับการร้องเรียนอย่างหนักจากชาวบ้านถึงปัญหาการรวมกลุ่มมั่วสุมยาเสพติดของกลุ่มบุคคลต่างด้าว ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยและชาวเมียนมาได้ 10 ราย พร้อมของกลางยาเสพติด
ชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนถึงกลุ่มบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมาที่มั่วสุมเสพยาและสร้างความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมกลุ่มชาวเมียนมา ก่อนจะขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องชาวไทย ซึ่งพบว่ามีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ พ้นโทษไม่นานผันตัวค้ายา

ผู้ต้องหาชาวไทยรายสำคัญที่ถูกจับกุมคือ นายสมเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ลพบุรี ซึ่งถูกจับกุมพร้อมของกลาง ยาบ้า 7 เม็ด ถูกแจ้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสมเกียรติ เพิ่งพ้นโทษในคดีฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธสงคราม ซึ่งศาลเคยตัดสินโทษประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 17 ปี และพ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็หันมาก่อเหตุซ้ำในคดียาเสพติด
ทั้งยังจับกุม นายกฤษณพงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 16.3 กรัม และถูกแจ้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติด โดยนายกฤษณพงค์ก็ เคยพ้นโทษในคดียาเสพติด มาก่อนเช่นกัน

รายงานว่ามีการจับต่างด้าว 7 ราย มั่วสุมทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว ผู้ต้องหาชาวเมียนมาอ 7 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดและเป็น บุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะ นายซิก เทะ มิน ไน อายุ 31 ปี ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 1 เม็ด และถูกแจ้งข้อหา มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
พ.ต.ท.วินิจ เปิดเผยว่า การกวาดล้างกลุ่มผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติถือเป็นการ ตัดวงจรการแพร่กระจายยาเสพติด ในพื้นที่เกาะพะงันอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีประวัติอาชญากรรมและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย การมั่วสุมยาเสพติดของบุคคลเหล่านี้สร้างความวุ่นวายและส่งผลกระทบต่อ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ของเกาะพะงันซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องสำคัญ ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งจะดำเนินการ ขยายผล ไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดเพื่อนำตัวมาลงโทษให้ถึงที่สุด



