ทนายพระคึกฤทธิ์แถลงโต้ยันไม่ได้ยักยอก 12 ล้าน แจงปมที่ดินโอนคืนไร้การฟ้องร้อง
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่วัดนาป่าพง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายนันทน อินทนนท์ ทนายความทนายความของพระคึกฤทธิ์ ได้มีการแถลงข่าวครั้งที่ 2 จากวัดนาป่าพง กรณีมีการกล่าวหาพระคึกฤทธิ์ ว่ามีความผิดทางอาญาในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยทางทนายความ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเคยแถลงรายละเอียดไปครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากแถลงครั้งแรก ได้มีข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากนั้นได้มีการบิดเบือนตัดทอนข้อความบางส่วนออกไปจึงมีความสงสัยบางประการ ครั้งนี้ตนเองจะมาแถลงข่าว 3 ประเด็น 1.เกี่ยวกับการยักยอกเงิน จำนวน 12 ล้าน 2 แสนบาท ไปยังเยอรมันนี
2.ข้อกล่าวหาการกระทำความผิดปี 2556 ถึง 2559 ในส่วนนี้มี 2 เรื่องใหญ่ด้วยกันคือ 2.1การนำที่ดินสองแปลงมาใส่ชื่อของอาจาร์คึกฤทธิ์ 2.2 เกี่ยวกับการทุจริตเงินบริจาคเพื่อพิมพ์หนังสือพุทธวจน การก่อสร้างกุฎิ การทุจริตเพื่อซื้อที่ดินถมดินวัดนาป่าพง 3.ความผิดวินัยสงฆ์โดยกล่าวหาว่า มีความใกล้ชิดกับสีกาและมีการเดินทาไปต่างประเทศกับสีกา2ต่อ2 ข้อหาทั้งหมดนี้ เรายังไม่เคยได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ เของรัฐไม่ว่าพนักงานสอบสวน หรือปปช.แต่อย่างใด แต่เป็นข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อสารมวลชนต่างๆ ในวันนี้สิ่งที่มาแถลงเพิ่มเติมคือรายละเอียดเพิ่มขึ้น
สำหรับข้อหาเกี่ยวกับยักยอกทรัพย์ จำนวน 12 ล้าน 2 แสนบาท ตามข้อกล่าวหานั้นในเบื้องต้น มีการกล่าวหาว่าพระคึกฤทธิ์มีการโอนเงินจำนวน 12 ล้าน 2 แสนบาท ไปยังสีกาคนหนึ่งแล้วโอนเงินไปยังประเทศเยอรมันนี เพื่อใส่ในบัญชีชองอาจารย์คึกฤทธิ์ ซึ่งมีลักษณะเบียดบังทรัพย์สิน หลังจากมีการแก้ข้อกล่าวหานี้ไปปรากฏชัดเจนว่า การโอนเงินจำนวนนี้เป็นไปเพื่อในการจัดตั้งมูลนิธิพุทธวนจนเยอรมันนี โดยเจตนารมณ์ของอาจารย์ คือ เป็นเงินจัดตั้งมูลนิธิแต่กลับมีข้อกล่าวหา มูลนิธิเป็นของอาจารย์เท่านั้นและบัญชีอาจารย์มีอำนาจเพียงคนเดียวในการเบิกถอน เท่ากับเป็นการยักยอกเงินด้วยตัวอาจารย์เองตนเองเชื่อว่า ใครฟังก็เชื่อว่าเป็นความเท็จเงินที่เข้าไปมูลนิธิเข้าไปต้องเป็นของมูลนิธิ ตนเองอยากชี้แจงไม่มีการเบียดบังเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์แต่ตัวของพระอาจารย์ สำหรับการโอนเงินต่างๆ มีเอกสารการโอนเงินชัดเจน
สำหรับข้อหล่าวหาปี 2556 ถึงปี 2559 ทางพระอาจารย์ไม่ทราบ ว่าข้อกล่าวหาเป็นเรื่องอะไร แต่ที่ปรากฏในสื่อสาธารณะมีเรื่อง 2 เรื่องใหญ่ มีการกล่าวหาพระมีการลักลอบโอนที่ดินของญาติโยม 2 ราย ไปเป็นชื่อพระอาจารย์ จากนั้นมีการฟ้องคดีเพื่อให้อาจารย์โอนคืนจึงยอมโอนคืนให้ อีกเรื่องการทุจริตเงินบริจาคหนังสือพุทธวจน เงินก่อสร้างกฎิสงฆ์ ค่าถมดินซื้อที่ดิน สำหรับเรื่องการนำชื่อมาใส่ที่ดิน 2 แปลง ที่ดินแรกคลองสี่ อ.คลองหลวง อีกแปลง ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา สำหรับแปลงแรกจากข้อมูลที่พระอาจารย์แจ้งให้ทราบ และตามเอกสารราชการทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่าไม่เคยมีการลักลอบเป็นชื่อส่วนตัว (โดยมีเอกสารหลังโฉนดมาโชว์ ) สำหรับที่ดินตอนแรกมีเนื้อที่ 9 ไร่ครอบครอง 3 คน 1 ในนี้ประสงค์บริจาค 6 ไร่ โดยผู้บริจาคได้มีการแบ่งโฉนดเป็น 2 แปลง โดยผู้บริจาคได้ผู้บริจาคนั้นประสงค์เองทั้งสิ้น ไม่ใช่พระอาจารย์เป็นผู้ดำเนินการ เป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาดว่าพระอาจารย์ลักลอบ
ทั้งนี้มีเอกสารเป็นหนังสือสัญญาให้ โดยระบุว่าภรรยาเจ้าของที่ดินได้ทำหนังสือสัญญายกที่ดินให้พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โดยออกให้จากกรมที่ดินตนเองเชื่อว่าข้อมูลตามเอกสารนี้เป็นเอกสารที่ระบุไว้ชัดเจน โดยเป็นการให้โดยสเน่ห์หาแก่พระอาจารย์ และผู้ที่บริจาคที่ดินได้มาร่วมงานกฐินและได้นำโฉนดที่ดินที่เป็นชื่อพระอาจารย์มาถวายในงานกฐิน โดยมีภาพถ่ายที่ปรากฏ นอกจากนี้ทางทนายมีวิดีโอที่มีการบริจาคที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้อาจารย์ หลังจากนั้นมีข้อพิพาทหลายอย่างกับพระอาจารย์โดยบุคคลดังกล่าวได้มาขอที่ดินคืนจากพระอาจารย์ และพระอาจารย์ก็ได้มอบที่ดินคืนไปโดยไม่ได้มีการฟ้องร้อง เพื่อเรียกที่ดินคืนแต่อย่างใด โดยมีเอกสารเป็นสัญญาหลังโฉนด
สำหรับที่ดินแปลงที่ 2 เขตอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีบุคคลหนึ่งเป็นผู้บริจาคประสงค์ที่จะบริจาคที่ดินแปลงนี้ โดยได้มีการทำหนังสือแสดงเจตนาให้ที่ดินระบุชื่อ นายชัยวัฒน์ ตกลงมอบที่ดินให้แก่พระคึกฤทธิ์ โดยไม่มีค่าตอบแทน หลังจากนั้นก็มีหนังสือสัญญาให้สำหรับเจ้าของที่ดินเดิมกับพระอาจารย์ โดยนายสุจินเขียนโดยชัดเจนว่าให้ที่ดินแปลงนี้แก่พระอาจารย์คึกฤทธิ์ หลังจากนั้นมีข้อกล่าวหาจำนวนมากกับพระอาจารย์ผู้บริจาคคนที่หนึ่งมีทนายความคนหนึ่งได้ร่วมกับบุคคลอีกคนหนึ่งที่ร่วมกับนายชัยวัฒน์เพื่อมาขอพบพระอาจารย์ เพื่อขอที่ดินคืนหลังจากมีการขอที่ดินคืนทางพระอาจารย์ก็ได้ดำเนินการคืนที่ดินแปลงนี้ให้โดยไม่มีการฟ้องคดีที่ปรากฏตามสื่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่าพระอาจารย์ทุจริตอีกหลายเรื่องโดยทุกเรื่องโดยทุกอย่างมีการชี้แจงและมีเอกสารประกอบได้อย่างชัดเจนทั้งหมด


