หน้าแรก ภูมิภาค มิวเซเว่น ขนแ...

มิวเซเว่น ขนแรงงานเถื่อน 28 ชีวิต ซิ่งแหกด่าน ชนจยย.พังยับ ก่อนพลิกคว่ำ เก๋งหักหลบตกข้างทาง

29.09.25 | 14:43 น.

ระทึก! มิวเซเว่น ซิ่งแหกด่าน เก๋งหักหลบพุ่งตกข้างทาง ส่วนจยย.ถูกชนพังยับ ก่อนพลิกคว่ำตกข้างทาง ทิ้งแรงงานเถื่อนถูกจับยกคัน 28 ราย คนขับอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้


เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเข้ามาในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ เป็นจำนวนมาก จึงมอบหมายให้ นายยงยุทธ แสวงสุข ปลัดอำเภอทองผาภูมิ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ร้อย ตชด.ที่ 135 ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในเวลากลางคืนที่บริเวณหน้าวัดเขื่อนวชิราลงกรณ หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดโดยเฉพาะขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ด้วยการใช้ไฟวาบๆ บนหลังคารถยนต์เป็นสัญลักษณ์เพื่อให้คนขับรถผ่านไปมาได้มองเห็นแต่ไกล

จนกระทั่งเวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน (กร 1780) กาญจนบุรี ขับมาจากทางด้านบ้านท่าแพ มุ่งหน้าไปทางสามแยกทองผาภูมิ ด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ได้พยายามส่งสัญญาณไฟให้คนขับชะลอความเร็ว แต่ปรากฏว่าคนขับไม่ยอมพร้อมกับเร่งเครื่องฝ่าด่านหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

Advertisement

จนกระทั่งไปถึงบริเวณด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ และรถยนต์คันดังกล่าวได้พุ่งเข้าใส่รถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์ที่ชาวบ้านกำลังขับตามกันมา เมื่อคนขับรถยนต์เก๋งเห็นท่าไม่ดีจึงหักพวงมาลัยหลบแล้วเสียหลักตกลงไปในร่องระบายน้ำริมทาง ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์สามารถกระโดดหลบไปได้ แต่รถจักรยานยนต์ถูกพุ่งชนอย่างแรงจนล้มคว่ำ

ขณะเดียวกันรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งยี่ห้ออีซูซุ ที่หลบหนีได้เสียหลักพลิกค่ำพุงตกลงไปในร่องระบายจนโครงสร้างเสียหายทั้งคันไม่สามารถไปต่อได้ โดยคนขับได้อาศัยความมืดและช่วงชุลมุนออกมาจากตัวรถแล้วใช้ความชำนาญเส้นทางวิ่งหลบหนีไปได้ ปล่อยให้แรงงานที่หลบอยู่ภายในคลานออกมาตามช่องกระจกที่แตก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ทั้งหมด จำนวน 28 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 9 ราย

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงประสาน พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ และ พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ และ พ.ต.อ.ปริญญา ใคร่ครวญ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดมาร่วมตรวจสอบ
และจากการสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า พวกตนหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชายตามแนวชายแดนด้านอำเภอสังขละบุรี จากนั้นลงเรือล่องไปตามอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ แล้วมาขึ้นฝั่งที่บ้านท่าแพ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ

เมื่อมาถึงทุกคนได้ทยอยกันขึ้นไปหลบซ่อนตัวภายในรถที่มาจอดรอรับอยู่แล้ว โดยแรงงานจำนวนหนึ่งต้องการเดินทางไปทำงานในพื้นที่ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา ต้องจ่ายค่าเดินทางให้แก่นายหน้าคนละ 18,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง ระหว่างเดินทางก็มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าวจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว ส่วนคนขับที่ชำนาญเส้นทางสามารถหลบหนีไปได้

หลังจากกลุ่มผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมเคลื่อนย้ายรถยนต์ของกลางไปไว้ที่ สภ.ทองผาภูมิ และจะทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนหาผู้ครอบครองในภายหลัง หลังสอบปากคำแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินคดี ในข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายต่อไป