ชาวปากแจ่มชี้ช่องทางทำเงิน
เพาะพันธุ์ไก่ชนขาย สร้างรายได้งาม
ที่ ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายกฤษดา ศรีคง หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันในนาม “พี่นก ถ้ำตรา” ชาวบ้านตำบลปากแจ่ม อายุ 52 ปี ประกอบอาชีพทำสวนปาล์มน้ำมัน ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือใช้เวลาว่าง และพื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมัน เพาะเลี้ยงไก่ชน สร้างรายได้งาม
ด้วยความชื่นชอบส่วนตัวที่คลุกคลีกับไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากปู่ชอบเล่นไก่ชน แต่เพิ่งได้มาเพาะอย่างจริงจังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยจะพยายามเสาะแสวงหาพ่อแม่พันธุ์ไก่ชนมาจากพรรคพวกเพื่อนฝูง เช่นจากจังหวัดชุมพร พังงา นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา เป็นต้น โดยจะคัดมาจากสายเลือดที่ชนะคู่ต่อสู้มามาก เช่น ขอตัวแม่พันธุ์มาจากฟาร์มที่ตัวผู้สายพันธุ์เดียวกัน (พี่น้องท้องเดียวกัน) ชนชนะมาหลายครั้ง นำมาทำแม่พันธุ์ จากนั้นก็ไปหาพ่อพันธุ์จากไก่ชนของเพื่อนที่ชนะมาแล้วหลายๆ ครั้งเช่นกัน เช่น ขอแม่พันธุ์จากจังหวัดชุมพรและสงขลา เป็นต้น เอามาผสมพันธุ์กัน
นายกฤษดากล่าวว่า เนื่องจากว่าจะเอาพ่อแม่พันธุ์ที่มีสายเลือดชิด หรือเลือดเดียวกันมาผสมพันธุ์กันไม่ได้ บางครั้งก็ได้แม่พันธุ์มา แต่ขอยืมพ่อพันธุ์จากเพื่อนมาเพาะขยายพันธุ์แล้วส่งพ่อพันธุ์คืนกลับ และเมื่อได้ไก่ชนสายพันธุ์ดีเกิดขึ้นในฟาร์ม ส่วนตัวจะไม่ชนเอง แต่เพื่อนเอาไปชน และเมื่อตัวใดชนชนะหลายครั้ง เช่น บางตัวชน 8 ครั้งชนะรวด บางตัวชนะคู่ต่อสู้ในเวลาอันสั้นเพียง 35 วินาทีก็มี ก็เก็บเอาไว้ทำพ่อพันธุ์ต่อไป ทำให้ได้ไก่ชนที่พัฒนาสายพันธุ์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ตัว ส่วนไก่ตัวเมียที่ฟักออกมาจากพ่อแม่เดียวกัน ซึ่งเลือดชิดกัน เมื่อเลี้ยงได้น้ำหนักประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม ก็จะขายออก เพราะไม่สามารถจะนำมาทำแม่พันธุ์ได้ โดยไก่ตัวเมียราคาขายกิโลกรัมละ 100 บาท เพราะไก่ตัวเมียที่ออกมาน้ำหนักดี ตัวอ้วน เนื้อจะนุ่ม เนื่องจากได้กินอาหารอุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า ปลอดสารเคมี เพราะให้กินเฉพาะข้าวเปลือก เช่นเดียวกับไก่ตัวผู้ที่จะคัดไว้ทำไก่ชน โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่จะสั่งจองไว้ตลอด ทำให้มีไม่พอขาย
นายกฤษดากล่าวอีกว่า ปกติไก่จะออกไข่ครั้งละ 7-8 ฟอง พอฟักก็อาจจะเสียไปบ้างสัก 1-2 ฟอง ส่วนที่เหลือตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ เพราะฟักออกมาสมบูรณ์ทั้งหมด เพราะเชื้อนิ่งแล้ว และเมื่อเลี้ยงต่อไปประมาณ 11-12 เดือน จะสามารถรู้ได้เลยว่าไก่ชนตัวไหนลีลาเป็นอย่างไร ก็จะมีคนสั่งซื้ออาจจะซื้อเลย เพราะเชื่อมั่นว่าเชื้อนิ่งแล้ว แต่บางคนก่อนจะซื้อก็ทดลองวางไก่ก่อนว่าไก่ชนตัวนั้นสู้หรือไม่สู้ หากสู้ก็จะซื้อไปในราคาตัวละ 2,000-2,500 บาท แต่หากเป็นไก่ชนที่เคยผ่านการชนและทำสถิติได้ดีก็จะมีค่าตัวสูงขึ้น เช่น บางตัว 30,000-50,000 บาท ก็มี
“อย่างไรก็ตาม ไก่ชนจะไม่สามารถชนได้ทั้งปี จะมีบางช่วงที่ต้องให้ไก่พัก เนื่องจากเป็นช่วงที่ไก่ผลัดขนใหม่ ต้องใช้เวลากว่าที่ขนจะออกมาเต็มและแข็งแรง ทั้งขนปีก ลำตัว และขนหาง ซึ่งต้องใช้เวลามาก หากนำไก่ชนในช่วงที่กำลังผลัดขน หรือขนยังอ่อน ขนยังไม่เต็ม ยังไม่แข็งแรงเอาไปชนไก่ก็จะชนไม่ได้ บินไม่ได้ มันไม่ตี บางตัวขนร่วงทั้งปีก็ไม่ได้ชนเลย ซึ่งไม่ทราบว่าสาเหตุเพราะอะไร บางตัวใช้เวลาพักขณะผลัดขนประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถออกศึกได้ ต้องสังเกตที่โคนขนปีก หากยังแดงๆ ยังไม่สุด”
นายกฤษดาทิ้งท้ายว่า การเพาะเลี้ยงไก่ชนถือว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้เสริม ทั้งตัวไก่ชน และตัวเมียที่เกิดจากไก่ชนสำหรับขายเนื้อก็เป็นที่ต้องการของตลาด โดยขณะนี้ในจังหวัดตรังยังพบมีการเพาะขยายไก่ชนน้อย ส่วนใหญ่จะมีมากที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ส่งขายทั้งในและต่างประเทศด้วย ส่วนตัวจึงเตรียมขยายฟาร์มทำเป็นธุรกิจเพาะเลี้ยงไก่ชนขาย เป็นรายได้เสริมอย่างดีจากการทำสวนปาล์ม
สำหรับผู้สนใจสายพันธุ์ไก่ชน ติดต่อสอบถามนายกฤษดา ศรีคง ในนาม “พี่นก ถ้ำตรา” ได้ที่เบอร์ 08-3690-3744


