เปิดวงจรปิดล่าลูกชาย ผช.ผญบ.ทุบกุฏิเจ้าอาวาสลักเงิน 5 พัน พ่อนำจับเองอยากให้ติดคุกเพื่อดัดสันดาน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 กันยายน ร.ต.อ.ธิรโยธิน ทรัพย์สินธ์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรานี อุดรธานี นำกำลังออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจาก นางออละมัย โคตรชมพู ผู้ใหญ่บ้านจำปา หมู่ 7 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่ามีเหตุคนร้ายทุบประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดศรีสว่างเกษมสุข เข้าไปลักทรัพย์สิน เหตุเกิดเวลา 14.31 น.วันที่ 26 กันยายน โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิปูนชั้นเดียว พบ พระมหาจำรัส นามอาษา อายุ 51 ปี เจ้าอาวาสวัด ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พาไปดูบานกระจกประตูที่โดนทุบแตก คนร้ายได้ล้วงมือเข้าไปปลดล็อกประตู แล้วเข้าไปลักเงินประมาณ 5,000 บาท ที่ได้จากกิจนิมนต์ซึ่งอยู่ในซองสีขาววางไว้บนโต๊ะ พบคราบเลือดหยดลงพื้นกระเบื้องสีขาว คาดว่ากระจกจะบาดมือคนร้ายขณะล้วงเข้ามาเปิดล็อกประตู ซึ่งวันเกิดเหตุพระรับกิจนิมนต์ในหมู่บ้าน จึงไม่มีคนเฝ้าวัด กลับมากุฏิก็พบว่าคนร้ายทุบกระจกเพื่อลักเงิน ตรวจกล้องวงจรปิดดูภาพย้อนหลัง เพื่อนำหลักฐานนำไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายชื่อ นายลิฟ ชาวบ้านจำปา บ้านอยู่ใกล้วัด

พระมหาจำรัสเล่าว่า คนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ในวัด 4 ครั้ง แต่มีหลักฐานเป็นภาพวงจรปิด 2 ครั้ง ครั้งแรกต้นเดือนสิงหาคม ได้เงินไป 100-200 บาท ครั้งที่ 2 วันที่ 12 สิงหาคม ได้เงินประมาณ 500 บาท ครั้งที่ 3 วันที่ 10 กันยายน ได้เงินประมาณ 3,000 บาท และครั้งที่ 4 วันที่ 26 กันยายน ได้เงินไปประมาณ 5,000-6,000 บาท โดยคนร้ายปีนรั้ววัดเข้ามา แล้วเปิดประตูกุฏิให้ “เจ้าแตงโม” หมาพันธุ์บางแก้ว อายุ 1 ปี 5 เดือน ของตนออกจากกุฏิ ซึ่งเจ้าแตงโมก็ได้แต่เห่าแต่ไม่กัด ก่อนคนร้ายจะเข้าไปทุบกระจกประตูเข้าไปลักเงิน
“สาเหตุที่เจ้าแตงโมไม่กัดคนร้าย เพราะคนร้ายเคยมาอยู่วัดจำศีล 2 วันก่อนวันเข้าพรรษา อยากบอกคนร้ายว่าให้กลับตัว อย่ามาลักเล็กขโมยน้อย ไม่มีก็ไม่ต้องไปลักขโมย มันไม่ดี เสียอนาคต”

ตำรวจนำกำลังไปที่บ้าน นายสี อายุ 78 ปี ปู่ของนายลิฟ อายุ 26 ปี ปรากฏว่านายลิฟกำลังต้มไข่ไก่ 2 ฟองอยู่ในครัว แต่พอเห็นรถผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและตำรวจก็ได้วิ่งออกจากครัวหลบหนีไป ตำรวจขับรถตามไล่จับ แต่นายลิฟอาศัยความคุ้นเคยเส้นทางหลบหนีไปได้
ซึ่ง นายสี ปู่นายลิฟ เล่าว่า นายลิฟอาศัยอยู่บ้านหลังนี้กับตนที่ตั้งแต่เกิด ตนก็รู้ว่าหลานเสพยาบ้า ซึ่งตนเคยตักเตือนหลานตลอดว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่หลานก็ไม่หยุดทำ รู้ว่าหลานไปขึ้นกุฏิเจ้าอาวาส เพราะหลานมาร้องไห้สารภาพว่าทำผิด ตนก็บอกให้หลานไปสารภาพผิดกับเจ้าหน้าที่ แล้วไปติดคุกซัก 2-3 ปี เพื่อดัดสันดาน หลังก่อเหตุขึ้นกุฏิเจ้าอาวาส หลานก็นอนอยู่ที่บ้าน 2 วัน ซึ่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมา 2 ครั้งเพื่อจับตัวส่งตำรวจ แต่หลานก็หลบหนีไปทั้งสองครั้ง ตนสอนแต่หลานไม่เชื่อฟัง ก็อยากให้นำไปดัดสันดาน
นายสมควร อายุ 57 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจำปา พ่อนายลิฟ ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ลูกชายติดยาบ้าและกัญชา ไม่ทำงานขอแต่เงิน ซึ่งตนให้เงินลูกวันละ 50-100 บาท วันนี้ตนมาจับลูกชายด้วยตัวเอง เพราะอยากนำลูกไปบำบัดรักษา และนำตัวไปดำเนินคดี ให้ติดคุก เพราะหากอยู่บ้านก็จะไปก่อเหตุอีก ตนได้คุยกับเจ้าอาวาสวัดว่า ให้แจ้งความจับดำเนินคดีได้เลย ซึ่งเจ้าอาวาสวัดได้มอบอำนาจให้ผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความ และตนได้พาเจ้าหน้าที่มาจับลูกชายตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ แต่ลูกหลบหนีไปได้ และวันนี้มาเห็นลูกอยู่บ้านกับปู่ ก็เลยแจ้งตำรวจให้มาจับ แต่ลูกก็หลบหนีไปได้อีก
“สาเหตุที่ลูกไปขโมยเงินเจ้าอาวาส ก็เพราะจะเอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ รู้สึกจุกอก เสียใจที่ลูกทำตัวไม่ดี แต่ก็ตัดใจ ได้บอกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจมาจับลูก ให้ติดคุกซัก 2-3 ปี เพราะถ้าอยู่นานไปก็จะเดือดร้อนมากกว่านี้ จะอับอายมากกว่านี้ แต่ถ้าออกมาจากคุกก็รักเหมือนเดิม เพราะพ่อกับลูกตัดกันไม่ขาด อยากให้ลูกเป็นคนดี อยากให้เลิกเสพยา”


