เด็ก ม.2 ดัดแปลงประทัด ขว้างบึ้ม สะเก็ดกระเด็นถูกหางคิ้วแตก เลือดอาบ เพื่อนพาส่ง รพ.สต. บอกหมอหกล้ม ก้อนหินบาด
จากกรณีคลิปวิดีโอความยาว 27 วินาที เผยให้เห็นนักเรียนชั้น ม.2 โยนประทัดบนถนน ก่อนที่ประทัดจะแตกออก สะเก็ดกระเด็นใส่ตัว จนเด็กตะโกนร้องว่าหัวแตก ก่อนที่จะปรากฏภาพเพื่อนพาขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่รพ.สต.บ้านนาฝาย ต.ดงดวน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม พร้อมเสียงในคลิปบอกว่า “เดี๋ยวกูบอกหมอให้ว่าหกล้ม” หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ รพ.สต.บ้านนาฝาย พูดคุยกับนายสุรีย์ ลอมโฮม ผอ.รพ.บ้านนาฝาย ได้รับการเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน กลุ่มเด็กมาด้วยกัน 5 คน ขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน ตอนแรกแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าหกล้ม ก้อนหินบาด แต่ตอนหลังก็มาเห็นในคลิปจากโซเชียลว่าเป็นการโยนประทัดที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง พอมาล้างแผลวันหลัง เด็กก็ยอมรับว่าโยนประทัด

นายสุรีย์ระบุว่า วันนั้นเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่ามีเลือดออกเยอะ เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยการห้ามเลือด ปิดผ้าก๊อซ แล้วส่งตัวไปเย็บแผลที่ รพ.นาดูน โดยได้เย็บแผลไป 3 เข็ม อาการตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่เด็กยังต้องมาล้างแผลที่ รพ.สต 7 วัน ก่อนตัดไหม เด็กร่าเริงดี ยังดื้อเหมือนเดิม
นางสุพรรณณี คำพวง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ซึ่งเข้าเวรในวันนั้น กล่าวว่า ช่วงวันเสาร์ เวลาประมาณ 14.00 น. มีเด็กวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้า รพ.สต. 2 คัน ผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บ หางคิ้วด้านซ้ายแตก มีเลือดออกเยอะ แต่เด็กน่าจะไปล้างแผลมาก่อนแล้ว คือมีน้ำเปียกทั่วตัว จึงได้ล้างแผลปฐมพยาบาลให้เบื้องต้น และให้น้องไปแจ้งผู้ปกครองให้รับทราบ เมื่อผู้ปกครองมาก็ได้สอบถามว่าจะเย็บแผลที่ รพ.สต.หรือไม่ แต่เข็มเย็บขนาดเล็กหมด มีแต่เข็มเย็บขนาดที่ใหญ่กว่าเย็บแผลบนใบหน้า ผู้ปกครองประสงค์ที่จะไป รพ.นาดูน จึงส่งตัวไปเย็บแผลที่ รพ.นาดูน
นางสุพรรณณีกล่าวต่อว่า ตอนน้องเข้ามาบอกว่าเล่นกันแล้วรถล้มหัวกระแทกพื้น แต่น้องไม่มีบาดแผลที่อื่น ซึ่งก็น่าสงสัยอยู่ ส่วนผู้ปกครองไม่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ก็มาทราบภายหลังว่าเหตุเกิดจากการเล่นประทัด

ขณะที่นางอรวรรณ นุตะดี ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอนาดูน กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ปรากฏว่าเด็กและเพื่อนๆ ประกอบประทัดขึ้นมาเอง โดยซื้อประทัดลูกบอลมาจากต่างอำเภอแล้วมาดัดแปลงเอง ก่อนจะนำไปโยนจนเกิดเหตุขึ้น เด็กๆ อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่จริงๆแล้วมีโทษทางอาญา มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก หากไปเล่นแล้วมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ สร้างความเดือดร้อนรำคาญก็มีโทษเช่นเดียวกัน
นางอรวรรณกล่าวว่า ทางอำเภอมีการประชุมผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กวดขันการเล่นดอกไม้ไฟ การจุดและปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน ในช่วงเทศกาลออกพรรษาและลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง โดยได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำชุมชนไปประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้าน รวมถึงร้านค้าหากจำหน่ายพลุดอกไม้ไฟจะต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอเท่านั้น
หากเกิดกรณีอุบัติภัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้เพลิงหรือการระเบิดของดอกไม้เพลิงโดยประมาทและขาดความระมัดระวังจนเกิดอันตรายจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 202 ถึงมาตรา 224 ผู้กระทำความผิดอาจต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรืออาจต้องระวังโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี

นอกจากนี้ หากผู้ใดทำให้เกิดเสียงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อนต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ด้าน ด.ช.เวียร์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ ซื้อประทัดลูกบอลมาจากร้านค้า ในราคาลูกละ 2 บาท ซื้อมาประมาณ 20 ลูก และได้มาแกะเอาดินระเบิดข้างใน มาผสมกับก้อนหิน จากนั้นนำไปห่อด้วยถุงยางและมัดพันด้วยเทปพันสายไฟ ก็จะได้ประทัดกระแทก เมื่อนำไปโยนประทัดก็จะระเบิด โดยศึกษาวิธีการทำจาก TikTok วันนั้นทำประทัดไว้ทั้งหมด 4 ลูก เพื่อนคนอื่นโยนไปแล้ว 3 ลูก เหลือลูกสุดท้ายตนเป็นคนโยน พอโยนไปแล้วสะเก็ดหินก็กระเด็นเข้ามาที่หางคิ้ว ทำให้แตกเป็นแผล เพื่อนจึงพาไปหาหมอที่รพ.สต. และกลัวว่าจะถูกดุ จึงโกหกหมอไปว่าหกล้ม ตอนนี้เข็ดแล้ว จะไม่ทำอีกแล้ว


