ชาวบ้านท้ายเขื่อนทยอยหนีน้ำขึ้นพักริมถนนชั่วคราวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดต้องอยู่ถึงพ.ย.
วันที่ 1 ตุลาคม ที่ริมทางหลวงชนบทหมายเลข ชน3018 ถนนคันคลองมหาราช ล่าสุดประชาชนจาก ม.1 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา กว่า 15 ครัวเรือนที่อพยพหนีน้ำท่วม ขึ้นมาสร้างเพิงพักอาศัยชั่วคราวอยู่ริมถนน ทำให้ถนนในบางช่วงเหลือช่องเดินรถเพียงช่องเดียว ตั้งแต่พื้นที่ ม.1 ต.โพนางดำออก เรียงรายไปจนถึงพื้นที่ ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
โดยชาวบ้านบอกว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนหลายจุดล้นตลิ่ง ทำให้ไม่ไว้ใจสถานการณ์จึงจำเป็นต้องย้ายสิ่งของขึ้นมาอาศัยอยุ่บนถนนเป็นการชั่วคราวก่อน โดยทางเทศบาลได้ปักป้ายขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถให้ลดความเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หลังจากพบคนขับรถหลายรายที่ขับรถด้วยความเร็วและคึกคักคะนอง จนเกิดฝุ่นตลบสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนเกือบเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้งในสัปดาห์นี้

ชาวบ้านบอกว่า ดูจากสถานการณ์น้ำในปีนี้ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าน้ำเหนือจะลดลง คงจะต้องอาศัยนอนอยู่ริมถนนแบบนี้ไปก่อนอีกอย่างน้อย15-20 วัน กว่าน้ำจะยุบจนมั่นใจว่าจะไปกลับขึ้นมาท่วมอีก จึงจะเข้าไปทำความสะอาดบ้านได้ และขนของกลับเข้าบ้านตามปกติ แต่ถ้ามีพายุจรเข้ามาในเดือนตุลาคม น้ำก็คงจะมีมากอยู่ ซึ่งอาจจะต้องนอนริมถนนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน เลยก็อาจจะเป็นได้ ตอนนี้จึงได้แต่ลุ้นพายุว่าจะมีเข้ามาเพิ่มอีกหรือไม่ ส่วนเรื่องรถที่ขับบนถนนช่วงเพิงพักชั่วคราวก็ขอร้องว่าช่วยขับช้าๆลดความเร็วให้หน่อย เพราะที่พักมีทั้งเด็กและคนแก่ที่อาจจะถูกเฉี่ยวชนได้ รวมทั้งฝุ่นที่จะฟุ้งเข้าเต๊นท์ เข้าที่นอนและลงในอาหารการกินด้วย

ส่วนสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนฯที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัดได้ 2,690ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้น 11ซ.ม.ใน30ชม. วัดได้ 16.10ม.รทก. และจากอิทธิพลของพายุบัวลอยที่แม้จะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ยังมีอิทธิพลเสริมให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของประเทศไทยยังกำลังแรง ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงได้พิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือ ขึ้นไปที่อัตรา 2,300ลบ.ม./วินาที และคงไว้เเป็นวันที่3 ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น25ซ.ม.ใน24ชม. ล่าสุดวัดได้ 15.47ม.รทก. จึงแจ้งเตือนให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมรับมือระดับน้ำที่คาดว่าจะยกตัวขึ้น10-20ซ.ม.ใน24ชม.ข้างหน้า
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาทหรือปภ.เปิดเผยข้อมูลว่าพื้นที่น้ำท่วมของจ.ชัยนาท มีที่บริเวณท้ายเขื่อนฯ1อำเภอ คือ อ.สรรพยา รวมพื้นที่ 5 ตำบล 16หมู่บ้าน รวม200 ครัวเรือน มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 520 คน ซึ่งทั้งหมดอยู่นอกคันกั้นน้ำ

