รวบหนุ่ม 17 มือพ่นกราฟฟิตี้ รับบันดาลโทสะ-ขัดแย้งคู่อริ พ่นชื่อตัวเองทับภาพ ‘หลวงพ่อคูณ’ ขอโทษสังคม สัญญาจะไม่ทำอีก
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ความคืบหน้ากรณีภาพวาด “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” บนกำแพงหลังโรงเรียนมารีย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถูกพ่นสีทับสร้างความสะเทือนใจแก่ชาวโคราช ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ควบคุมตัว นายเอ เยาวชนชาย อายุ 17 ปี ผู้ก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุท่ามกลางสายตาของประชาชนมุงดูด้วยความหดหู่ใจ เยาวชนผู้ต้องหามีสีหน้าสลด ยอมรับเป็นคนพ่นสีทับภาพจริง เกิดจากความขัดแย้งกับคู่อริในวงการกราฟฟิตี้ก่อนหน้านี้ได้ถูกพ่นทับผลงานของตนเอง จึงบันดาลโทสะพ่นชื่อภาษาอังกฤษตน ชื่อว่า “สมัคร” ทับภาพวาดหลวงพ่อคูณ ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวโคราช
จากนั้นได้ยกมือไหว้ขอโทษสังคม อ้างเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต พร้อมสัญญาจะไม่ก่อเหตุซ้ำอีกและพร้อมเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย

ด้าน นายปิยชาติ รุจิพรวศิน ส.ส.พรรคประชาชน เผยว่า กรณีศิลปะและวัฒนธรรม หรือกราฟฟิตี้ (Graffiti) คือ รูปแบบงานศิลปะที่เกิดจากการวาด พ่นสี หรือขีดเขียนลงบนพื้นผิวสาธารณะ โดยเฉพาะกำแพง อาคาร หรือยานพาหนะ เป็นวัฒนธรรมเริ่มเผยแพร่มาจากนิวยอร์ก ส่วนกลุ่มผู้วาดอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่แสดงการมีตัวตนของกลุ่มตรงข้าม โดยการวาดทับงานเดิม ซึ่งที่เรียกว่า บอมบ์ โดยการวาดศิลปะกราฟฟิตี้ ดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของตึก และทำถูกต้องทุกขั้นตอนของท้องที่ท้องถิ่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงามของเมืองและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีภาพกราฟฟิตี้ หลวงพ่อคูณขนาดใหญ่ที่วาดไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่เป็นที่เคารพและศรัทธาของประชาชนในพื้นที่ แต่มีกลุ่มที่ต้องการแสดงตัวตนว่าเห็นแย้งทำการบอมบ์ทำลายภาพหลวงพ่อคูณที่เป็นที่เคารพและศรัทธาของประชาชน

นายปิยชาติ กล่าวต่อว่า โดยมีกรณีทำนองเดียวกันนี้ที่บริเวณซอยเจริญกรุง 30 กรุงเทพมหานคร ตำรวจได้ดำเนินคดีกับ 3 วัยรุ่น ที่มีการพ่นสีทับงานศิลปะ ของ Mr.Carolina Adan Caro ศิลปินชาวสเปน จนได้รับความเสียหาย ขณะนี้มีการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบผู้กระทำความผิด จำนวน 3 คน ทราบตัวผู้ก่อเหตุ จำนวน 1 คน ส่วนอีกจำนวน 2 คน ยังต้องติดตามหาเบาะแสต่อไป ซึ่งความผิดเบื้องต้น คือ ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น มีโทษจำคุกในเกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากเหตุการณ์ที่ทำนองเดียวกันนี้

นายปิยชาติ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขอให้ทางจังหวัดนครราชสีมา สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา กวดขันดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด กับผู้กระทำผิดแก่ผู้ที่ทำลายทรัพย์สิน ทำลายศิลปะสาธารณะ รวมถึงผู้ที่ทำผิดพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ที่พ่นสีตามสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของอย่างเร่งด่วน และในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม คนที่สอง จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะ กมธ.เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยคำนึงถึงคุณค่าของงานศิลปะในทุกแขนง คำนึงถึงการสร้างสรรค์ผลงาน ที่ต้องใช้เวลา ใช้แรงกายและใจในการสร้างสรรค์ผลงานออกมา ซึ่งประเมินเป็นมูลค่าทางใจที่สูงมาก


