หน้าแรก ภูมิภาค พิษนมผงนำเข้า...

พิษนมผงนำเข้า เอกชนลดโควต้าซื้อ น้ำนมดิบเหลือวันละ 3.5 ตัน ที่ปรึกษารมว.เกษตรรุดรับฟัง

2.10.25 | 10:19 น.

ผู้เลี้ยงโคนมระทม เอกชนลดโควต้ารับซื้อ-นมผงนำเข้าพุ่ง น้ำนมดิบเหลือวันละ 3.5 ตัน ที่ปรึกษารมว.เกษตรรุดรับฟัง

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมารุต ชุ่มขุนทด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่สหกรณ์โคนมด่านขุนทด ตำบลตะเคียน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยบรรยากาศการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมร่วมให้การต้อนรับ พร้อมพาชมกิจกรรมของสหกรณ์ฯ และสะท้อนปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่

โดย นายมารุตฯกล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาโคนมที่กำลังส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง วันนี้เป็นอีกวันที่ตนได้เข้ามาพบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในอำเภอด่านขุนทด ซึ่งประสบปัญหาการขายน้ำนมดิบ โดยที่นี่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากพื้นที่อื่น เนื่องจากไม่ได้ส่งขายให้กับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ไทย-เดนมาร์ก แต่ส่งขายให้กับบริษัทเอกชนรับซื้อ ซึ่งปัญหาคือผู้รับซื้อลดโควต้า ทำให้น้ำนมดิบเหลือวันละ 3.5 ตัน จากปริมาณที่ผลิตได้วันละ 12-13 ตัน

Advertisement

ซึ่งตนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการสหกรณ์โคนมด่านขุนทดที่มีประสบการณ์ยาวนาน และมีข้อมูลเชิงลึกในหลายมิติ ได้รับคำชี้แจงว่า ปัญหาในปีนี้เกิดจากการที่บริษัทนมเอกชนปรับลดการรับซื้อลงอย่างมาก เพราะได้รับผลกระทบจากการนำเข้านมผงที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า อีกทั้งยังเกี่ยวโยงกับความตกลงการค้าเสรี (FTA) ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ที่ทำให้นมผงทะลักเข้ามาในประเทศ ตนยังได้สอบถามว่า เหตุใดปีนี้จึงมีปัญหารุนแรงเป็นประวัติการณ์ ก็ได้รับคำตอบว่า ในช่วง 4-5 ปีก่อน ช่วงโควิด-19 ประกอบกับเกิดโรคระบาดในโค ทำให้ผลผลิตน้ำนมลดลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของบริษัทนม หลายบริษัท จึงหันไปใช้นมผงซึ่งควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้ดีกว่า เมื่อสถานการณ์กลับมาปกติหลังโควิด บริษัทเหล่านั้นก็ไม่ได้หันกลับมาใช้นมสดมากเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ตนยังได้หารือกับกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมในประเด็นอื่นๆ เช่น การขอใช้สิทธิ์ที่ดินจากพื้นที่ ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนด และการได้รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือไร่ละพันบาท ซึ่งหลายรายยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว ทั้งหมดนี้ตนจะนำข้อมูลไปเป็นแนวทางในการหาแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมขอบคุณเกษตรกรทุกคนที่ร่วมสะท้อนความคิดเห็นในครั้งนี้