นาข้าวจมน้ำแล้วกว่า 50,000 ไร่ เสียหายสิ้นเชิงกว่า 40,000 ไร่ มหาสารคามประกาศเขตภัยพิบัติ 2 อำเภอ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่จ.มหาสารคาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุบัวลอย ซึ่งพัดผ่านไปแล้ว โดยสถานการณ์น้ำท่วมน้ำรอระบาย ในพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม บนถนนสายหลัก อาทิ ถนนวิชิตราษฏร์บำรุง, ถนนแยกโลตัสถึงบ้านเมืองเจีย, ถนนนุชจรัส ตอนนี้น้ำแห้งหมดแล้ว เนื่องจากเทศบาลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สูบน้ำออกจากพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังภายในสถานีขนส่งพยัคฆภูมิพิสัย ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 10-30 เซนติเมตร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ต้องสูบน้ำออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจาก อบจ.มหาสารคาม 2 ตัว มาช่วยสูบน้ำออกที่จุดดังกล่าว

ซึ่งฝนที่ลงมาอย่างหนัก ตั้งแต่อิทธิพลของพายุรากาซา ต่อเนื่องมาจนถึงพายุบัวลอย ทำให้พื้นที่นาข้าวใน อ.พยัคฆภูมิพิสัย มีน้ำท่วมขังในนาข้าว 13,095.50 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะเสียหายทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม และส่งเรื่องไปยังจังหวัด เพื่อที่จะประกาศเขตภัยพิภัย และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป

ทั้งนี้ ภาพรวมจังหวัดมหาสารคาม ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่พายุรากาซามาจนถึงพายุบัวลอย ที่ส่งผลกระทบทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองมหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย อ.กันทรวิชัย อ.เชียงยืน อ.พยัคฆภูมิพิสัย และ อ.นาเชือก มีพื้นที่เพาะปลูก ข้าว พืชไร่และพืชผัก ไม้ผลและไม้อื่นๆ ทั้งหมด 363,967.50 ไร่ พื้นที่ประสบภัย 50,672.25 ไร่ คาดว่าจะเสียหาย 44,268 ไร่
ล่าสุดได้มีการประกาศพื้นที่สาธารณภัย และเขตให้การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 2 อำเภอ คือ อำเภอโกสุมพิสัย และอำเภอกันทรวิชัย



