2 คนร้าย ย่องยกเซฟบ้านประธานสภาอุตฯภาคใต้ กวาดกว่า10ล้าน วงจรปิดจับภาพชัด ตร.เล่งล่าตัว คาดรวบได้เร็วๆนี้
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.สิเกา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจ.ตรัง ชุดสืบสวน สภ.สิเกา และตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง นำโดย พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นายสมปอง พ่วงพูน กำนันตำบลนาเมืองเพชร ลงพื้นที่บ้านตันเฮงชวน หมู่ 4 ต.นาเมืองเพชร อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ริมถนนตรัง-สิเกา ของ นายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐาน
หลังเกิดเหตุ 2 คนร้าย เป็นชายทั้ง 2 คน ย่องเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.07 น.ของคืนวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพบว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้เห็นรูปพรรณได้อย่างชัดเจน คนแรก รูปร่างเตี้ย ใช้เสื้อสีดำคลุมหัวปิดใบหน้า คนที่ 2 รูปร่างผอมสูง ไม่สวมเสื้อ แต่เอาเสื้อคลุมหัวและปิดบังใบหน้าเช่นกัน สวมรองเท้าแตะคีบ โดยขณะเกิดเหตุนายอดิศรเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านและติดภารกิจอยู่ที่กทม.

จากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายได้ยกตู้เซฟ ซึ่งเก็บของมีค่าจำนวนมาก เช่น เงินสด 2.8 ล้านบาท , พระหลวงปู่ทวด รุ่น 2497 มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พระอื่นๆ สร้อยทอง แหวนเพชร นาฬิกา รวมทั้งหมดกว่า 10 รายการ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท หลบหนีไป
โดยเบื้องต้น พบว่าตัวบ้านลักษณะ 3 ชั้น มีการสร้างกำแพงล้อมรอบ บริเวณด้านหลังเป็นโรงงานเลื่อยไม้ยางพารา และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้มากกว่า 10 ตัว และสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ จากภาพกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายได้ใช้วิธีปีนข้ามกำแพงหน้าบ้านเข้าไปภายในบ้าน มีการงัดหน้าต่างข้างบ้าน และประตูหลังของบ้านเพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน
โดยมีการถอดรองเท้าแตะเอาไว้บริเวณชั้นล่างหน้าบันไดทางขึ้นชั้น 2 และยังมีรอยหยดเลือดหลายจุดทั้งภายในบ้าน และบริเวณสระน้ำข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเป็นหลักฐานนำไปตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอเพื่อเป็นหลักฐานในการมัดตัวคนร้าย

ขณะที่บริเวณกำแพงหน้าบ้านติดโรงจอดรถ เจ้าหน้าที่พบหลักฐาน ซึ่งเป็นของเจ้าของบ้าน เช่น ไม้กอล์ฟที่เหลือแต่ด้าม 1 อัน , ขวาน 1 เล่ม ถูกทิ้งไว้บนพื้นหญ้า และมีดเดินป่า 1 เล่ม ถูกวางไว้บริเวณกำแพงหน้าบ้าน นอกจากนั้นใกล้กันเจ้าหน้าที่พบฝาขวดไวน์ และขวดไวน์ของเจ้าของบ้านที่คนร้ายดื่มไปเหลือเพียงเล็กน้อยทิ้งไว้บนพื้นหญ้า
เจ้าหน้าที่จึงเก็บทั้งหมดไปตรวจสอบหา และห่างออกจากตัวประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นกำแพงเชื่อมต่อกับประตูทางเข้าโรงงาน
เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ของแม่บ้าน 1 คัน ซึ่งทราบว่าคนร้ายใช้ในการขนตู้เซฟจากบริเวณลานจอดรถไปจอดไว้ และช่วยกันยกตู้เซฟปีนข้ามกำแพงหนีไป
โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานลายนิ้วมือ เพื่อนำไปเทียบเคียงกับคดีลักทรัพย์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายทั้ง 2 คนแล้ว และเป็นคนที่ตำรวจวางแผนติดตามเพื่อจะเข้าจับกุมในเร็วๆนี้ และเริ่มทราบแหล่งที่พักอาศัยแล้ว เป็นคนนอกพื้นที่ คาดได้ตัวเร็วๆนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าคืนเดียวกันนี้ 2 คนร้ายได้เข้าไปพยายามลักทรัพย์ที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งด้วย ก่อนที่จะเข้ามาลักทรัพย์ที่บ้านนายอดิศร โดยมีภาพวงจรปิดที่อู่ดังกล่าวจับภาพไว้ได้เช่นกัน


