จนท.สกัดเรือหางยาว ลอบขนปูแสมสด 880 กก. เข้าไทย
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 เปิดเผยว่า เวลา 07.00น. พล.ร.ท.วีรุดม ม่วงจีน ผอ.ศรชล.ภาค 3 มอบหมายให้ น.อ.ชลนที น้อยจำรัส รอง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดระนอง (ผอ.ศรชล.จว.รน. )/ผบ.นก.พตน.ศรชล.ภาค 3 สั่งการให้ เรือ ต.993 ประกอบกำลังบูรณาการกับตำรวจน้ำระนอง (ตรน.ระนอง) เป็นชุดปฏิบัติการทางเรือ ลาดตะเวนเส้นทางลำน้ำกระบุรี – คลองละอุ่น และจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.ฯ) พร้อมยานพาหนะและยุทโธปกรณ์เข้าดำเนินการพิสูจน์ทราบ
หลังจากที่ได้รับการประสานบูรณาการข้อมูลด้านการข่าวกับแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าประมงผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาบริเวณพื้นที่ บ้านทรายแดง อ.เมือง จ.ระนอง และหาข่าวในพื้นที่เป้าหมายและจุดล่อแหลมตามที่ได้รับแจ้ง

ต่อมาเวลา 08.00น. ชุดปฏิบัติการทางเรือตรวจพบเรือหางยาว จำนวน 1 ลำ บรรทุกสิ่งของแล่นมาจากเกาะมุด ประเทศเมียนมา มีทิศทางมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ บริเวณท่าคลอบบ้านทรายแดง ลักษณะตรงตามที่แหล่งข่าวแจ้งมา ชุดปฏิบัติการทางเรือจึงประสาน ชปพ.นก.พตน.ศรชล.ภาค 3 เข้าทำการติดตามเป้าหมายและแสดงตนเข้าพิสูจน์ทราบ
จากการตรวจสอบพบเรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย ภายในเรือมีปูแสมสดบรรจุในถุงตาข่ายวางในท้องเรือ และไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงประสานประมงจังหวัด และด่านตรวจสัตว์น้ำระนอง ในฐานะคณะฯทำงาน ศูนย์สั่งการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัดระนอง ตามคำสั่งจังหวัดระนอง เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบเป็นการลักลอบนำเข้าสินค้าประมงจากต่างประเทศ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยความผิด ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 145 ฐานนำเข้าสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าของกลางเป็น ปูแสมสด น้ำหนักรวมประมาณ 880 กิโลกรัม และเรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์ติดท้ายจำนวน 1 ลำ ไม่มีเอกสารการนำเข้าหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องจากศุลกากรและกรมประมงและไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ และนำส่งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



