หน้าแรก ภูมิภาค แม่น้ำน่านวิก...

แม่น้ำน่านวิกฤตทะลักแนวกระสอบทราย เข้าท่วมเทศบาล ขณะมวลน้ำ จากพื้นที่ตอนบนสมทบต่อเนื่อง

3.10.25 | 12:08 น.

แม่น้ำน่านวิกฤตทะลักแนวกระสอบทรายท่วมเทศบาล ขณะมวลน้ำ จากพื้นที่ตอนบนสมทบต่อเนื่อง

แม่น้ำน่านวิกฤตทะลักแนวกระสอบทรายเข้าท่วมหลายชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก หลังจากเขื่อนสิริกิตเพิ่มการระบายน้ำ และมีมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลสมทบต่อเนื่อง ขณะที่รองผู้ว่าฯพิจิตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ รับมือแก้ไขปัญหาแม่น้ำน่านท่วมในพื้นที่ตัวเมืองพิจิตรชั้นใน ชาวบ้าน โวย เทศบาลดูแลไม่ทั่วถึง

พิจิต-วันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า แม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่าน อ.เมืองพิจิตร อ.ตะพานหิน อ.บางมูลนาก เพิ่มระดับสูงขึ้นรวดเร็วเกือบหนึ่งเมตรต่อวัน หลังจากเขื่อนสิริกิติ์ เร่งพร่องระบายน้ำลงท้ายเขื่อน ประกอบกับมวลน้ำป่าสะสมจากลำคลองสาขาไหลทะลักเข้ามาจำนวนมาก ล่าสุด แม่น้ำน่าน ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชน หลังสถานีรถไฟ 200 กว่าหลังคาเรือน เดือดร้อนอย่างหนัก ชาวบ้านขนข้าวของไม่ทันได้รับความเสียหาย เนื่องจากน้ำ ขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ไม่แม่วัย 74 ปี เตรียมอพยพข้าวของไปเช่าบ้านอยู่เนื่องจาก บ้านที่ถูกน้ำท่วมไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ นอกจากนี้ ถนนทางเข้าสถานีรถไฟ ก็ไม่สามารถ ผ่านได้ แม่น้ำน่านทะลักท่วมสูง ต้อง ไปใช้เส้นอื่นแทนมาขึ้นรถที่สถานีรถไฟ นอกจากนี้ น้ำ ในแม่น้ำน่านยังล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือน ประชาชน บ้าน ท่าหลวง ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร และท่วมถนนสายตำบลวังกรด-ตำบลครองคู้ รถ จักยานยนต์ และรถยนต์ไม่สามารผ่านได้เนื่องจากน้ำท่วมสูงถึง 50-60 ซม

Advertisement

นางวันเพ็ญ พาทา อายุ 75 ปี บ้านอยู่หลังชุมชนรถไฟ เมืองพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ ชาวบ้าน ชุมชน หลังสถานีรถไฟ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจาก แม่น้ำน่าน ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทุกหลังคาเรือน น้ำท่วมสูง โดยเฉพาะ บ้านของตนเองไม่สามารถอยู่ได้ ตอนนี้ตนเอง จะออกไปเช่าบ้านอยู่เพราะไม่อยากลุยน้ำ เพราะขาเข่าไม่ดี ซึ่งยอมรับว่า น้ำท่วมครั้งนี้ หนักมาก

ทางด้าน นางทัศนี เณรแก้ว อายุ 59 ปี อยู่ชุมชนหลังสถานีรถไฟ อำเภอเมืองพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก น้ำน่าน ล้นตลิ่งเข้าท่วม ครั้งนี้เป็นรอบที่ 4-5 แล้ว น้ำลดลงแล้วขึ้นมาใหม่ อยู่อย่างนี้ รอบนี้น้ำท่วมหนักสุดน้ำในแม่น้ำขึ้นตลอดเวลาข้าวของไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นที่หลับที่นอนพังเสียหายเพราะน้ำมาในช่วงกลางคืน บ้านตนเอง2 ชั้นตอนนี้ต้องขึ้นนอนชั้น2นอนชั้นล่างไม่ได้ เทศบาลมาช่วย1 ครั้งตั้งแต่น้ำท่วมและไม่เคยมาดูแลเลย สิ่งที่อยาก ให้ทาง ภาครัฐช่วยเหลืออยากได้ เป็นเงินมากกว่าเนื่องจากข้าวของที่แจกไม่เพียงพอ แค่ ข้าวสาร 5 กก. นำมัน1 ขวด ม่าม่า 4 ห่อ ปลากระป๋อง4 กระป๋องน้ำดื่ม1 แพค การช่วยเหลือก็ไม่ทั่วถึงในชุมชนเรา ตนเองก็รู้สึกแปลกใจมากทำไมแจกไม่ครบ บางคนน้ำไม่ท่วม กับได้ถุงยังชีพ แต่คนน้ำท่วมจริงๆ ไม่ทั่วถึง ตอนนี้ไม่รู้จะ ให้เขาช่วยอะไรเพียงอยากได้เงิน มาเยียวยา ดีกว่าแจกถุงยังชีพไม่พอกิน

ทางด้าน นายธงชัย ขิมมาทอง นายอำเภอบางมูลนาก กล่าวว่า ที่เทศบาลเมืองบางมูลนาก ระดับน้ำในแม่น้ำน่านได้ ทะลักล้นตลิ่งข้ามแนวกระสอบทรายเข้ามาท่วมบ้านเรือนประชาชน บริเวณชุมชนประเวศเหนือ ชุมชนประเวศใต้ ชุมชนวัดชัยมงคล และชุมชนร่วมจิตบันดาล ซึ่งเทศบาลเมืองบางมูลนาก ได้ระดมเจ้าหน้าเสริมคันกระสอบทรายหลายพันกระสอบ ให้หนาแน่นสูงขึ้นจากเดิม 3 ชั้น เป็น 6 ชั้น พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำ เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าย่านเศรษฐกิจชั้นในของเทศบาลเมืองบางมูลนาก

ส่วนตำบลรอบนอกของ อ.บางมูลนาก ถูกน้ำท่วมแล้ว 8 ตำบล 68 หมู่บ้านมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบรวมกว่า 800 หลังคาเรือน และมวลน้ำยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง

ขณะที่นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย ปภ.จังหวัด โยธาธิการและผังเมืองพิจิตร และผู้นำปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำน่าน บริเวณคุ้งน้ำบ้านราชช้างขวัญ หมู่ที่ 3 ต.ปากทาง อ.เมืองพิจิตร เนื่องจุดดังกล่าวเป็นจุดแรกของแม่น้ำน่านที่เข้าพิจิตร และเป็นจุดเปราะบางที่แม่น้ำน่านได้กัดเซาะตลิ่งและคันดินพัง มาก่อนหน้านี้ และปภ.จังหวัดได้เสริมคันบิ๊กแบ็คให้แข็งแรงเพิ่มความสูง ความหนาแน่นขึ้นอีกเท่าตัว ป้องกั้นน้ำน่านที่มีปริมาณสูงขึ้นรวดเร็วทะลักไหลเข้าตัวเมืองพิจิตรย่านเศรษฐกิจชั้นใน และหมู่บ้านชุมชนต่างๆในแนวพนังกั้นน้ำ

นายกิติพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวว่าจากอิทธิพลของพายุ “บัวลอย” ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนัก และพื้นที่จังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ราบลุ่มรับมวลน้ำจากภาคเหนือตอนบน โดยชลประทานพิจิตร ให้ข้อมูลสถานการณ์ในแม่น้ำน่าน จะมีมวลน้ำก้อนใหญ่ จากพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และจ.พิษณุโลก ไหลบ่าลงมาแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเขื่อนสิริกิติ์เพิ่มการระบายน้ำ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน อีกทั้งมีมวลน้ำจากแม่น้ำวังทอง คลองเนินกลุ่ม และ ลำคลองสาขาต่างๆ ไหลลงสู่แม่น้ำน่านจำนวนมาก จะทำให้มีระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ที่สูงกว่าตลิ่งเกินจุดวิกฤตเดิมอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นต่อไปอีก 1-1.5 เมตร และการระบายเป็นไปได้ยากเพราะน้ำทุ่งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา หนุนสูง

โดยคาดการณ์ว่าตั้งแต่ในช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคมนี้ มวลน้ำน่านก้อนใหญ่ จะทะลักเข้าสู่จังหวัดพิจิตร และจะสูงถึงจุดพีคหรือจุดสูงสุดจากเดิมอีก 1-2 เมตร ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำทั้งนี้หลายพื้นที่ตลอดแนวแม่น้ำน่าน 128 กม.ของจังหวัดพิจิตร คือ อำเภอเมืองพิจิตร อ.ตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก ได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งให้ ปภ.จังหวัดพิจิตร เทศบาลเมืองพิจิตร อบต.ปากทาง บูรณาการร่วมกันเร่งป้องกันมวลน้ำก้อนใหญ่ที่จะมาถึงใน 1-2 วันนี้ โดยนำเสาเข็มต้นยูคาตอกฝังตามจุดเสี่ยง และเสริมกระสอบทราย กระสอบทรายบิ๊กแบ็คตามแนวต่างๆ เพื่อป้องกันแม่น้ำน่านทะลักเข้าตัวเมืองพิจิตร ชั้นในที่

รวมถึงได้วางแผนกับนายแพทย์วิศิษฏ์ อภิสิทธิ์วิทยา สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร เตรียมแผนอพยพผู้ป่วยในโรงพยาบาลพิจิตร ตลอดจนให้เทศบาล และ อบต.ต่างๆเตรียมแผนช่วยเหลือเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง และประชาชน ที่ประสบภัยไว้แล้ว สำหรับสถานีวัดน้ำน่าน N7-A บ้านราชช้างขวัญ วัดได้ 11.16 เมตร ระดับตลิ่ง 09.87 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 1.29 เมตร อัตราการไหล 1,186 ลบ.ม./วินาที จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งขนย้ายสัตว์เลี้ยง สิ่งของ ยานพาหะนะขึ้นที่สูงโดยด่วน