หน้าแรก ภูมิภาค คดีวอเตอร์ฟร้...

คดีวอเตอร์ฟร้อนท์ จ่อถึงบทสรุป เมืองพัทยารอกรมที่ดินชี้ชะตา เพิกถอนโฉนดหรือไม่

6.10.25 | 16:03 น.

คดีวอเตอร์ฟร้อนท์ จ่อถึงบทสรุป เมืองพัทยารอกรมที่ดินชี้ชะตา เพิกถอนโฉนดหรือไม่

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีอาคาร “วอเตอร์ฟร้อนท์ คอนโดมิเนียม” ที่คาราคาซังมานานกว่า 10 ปี ว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 2 มีหนังสือแจ้งมายังเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงเมื่อราว 2 ปีก่อนว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ซึ่งออกจากเอกสาร ส.ค.1 และเป็นต้นทางของโฉนดที่ตั้งอาคารดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่ไม่มีการครอบครองมาก่อนมีประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดเขตหวงห้ามเขาหรือภูเขา

ทั้งเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงจึงมีมติสอดคล้องกับความเห็นของ ป.ป.ช. ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ และได้มีหนังสือตอบกลับไปแล้ว ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กรมที่ดิน ว่าจะมีมติ “เพิกถอน” หรือ “ไม่เพิกถอน” โฉนดที่ดินดังกล่าว โดยเมืองพัทยาเตรียมดำเนินการตามผลมติของกรมที่ดินใน 2 แนวทางคือ หากกรมที่ดินมีมติ “เพิกถอนโฉนด” เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงจะดำเนินการให้เจ้าของอาคารรื้อถอนออกจากที่สาธารณะ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2553 หากกรมที่ดิน “ไม่เพิกถอนโฉนด” เมืองพัทยาจะพิจารณาคำขออนุญาตดัดแปลงอาคาร เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการต่อไปได้ ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายปรเมศวร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่รอผลมติจากกรมที่ดิน เมืองพัทยาได้ตั้งทีมเจ้าหน้าที่ร่วมดูแลความปลอดภัยของตัวอาคารอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เจ้าของโครงการร่วมรับผิดชอบดูแล เพื่อไม่ให้เศษวัสดุจากอาคาร ตกหล่นลงมาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

Advertisement

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 9 ตั้งกระทู้ถามถึงความคืบหน้าโครงการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทุกครั้งที่มีการตั้งกระทู้ถาม ทางกระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือส่งมายังเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง เพื่อให้เมืองพัทยาเป็นผู้ชี้แจงข้อมูลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยตรง